เสพย์ไลฟ์สไตล์สุดชิคที่ย่าน ODAIBA

โอไดบะ (ODAIBA) สถานที่ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวในเมืองที่กว้างที่สุด ตั้งบริเวณที่เรียกว่า อ่าวโตเกียว (Tokyo Bay) มีทั้งสถานีโทรทัศน์ฟูจิ (Fuji Television), สะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge), Shopping Mall อีกหลายแห่ง เช่น Decks, DiverCity, AquaCity, ort และชิงช้าสวรรค์ใหญ่ Daikanrancha ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มากันได้ทุกวัย มาเป็นครอบครัว มาเป็นคู่หรือมากับเพื่อนๆก็สนุก นอกจากนี้ในบริเวณโอไดบะยังเป็นที่ตั้งของ Tokyo Big Site ศูนย์จัดการประชุม แสดงสินค้า และนิทรรศการขนาดใหญ่อีกด้วย

พื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นที่ตื้นปากแม่น้ำสุมิดะ ถูกถมขึ้นมาเป็นเกาะเพื่อใช้สร้างป้อมปราการ ป้องกันไม่ให้เรือข้าศึกแล่นเข้าไปในแม่น้ำถึงเมืองโตเกียวเดิม (บริเวณย่านอาสะกุสะ) ได้ง่ายๆ

ห้าง DiverCity Tokyo Plaza

ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ มีทั้งหมด 8 ชั้น (ไม่รวมดาดฟ้า) ซึ่งภายในมีร้านค้ามากมายกว่า 100 ร้าน มีทั้งแบรนด์ต่างประเทศและของญี่ปุ่นเอง ส่วนที่เป็นร้านอาหาร (Gourmet) ในฝั่งของ Food court มีร้านอาหาร 13 ร้านและมีมากกว่า 700 ที่นั่ง จุดสนใจสําหรับคนรัก Gundam อยู่ที่ชั้น 7 คือ “The Gundam Base Tokyo”

The Gundam Base Tokyo

ศูนย์รวม Gunpla (Official) แห่งแรกในญี่ปุ่น

“THE GUNDAM BASE TOKYO” เป็น Gunpla แบบ official แห่งแรกของญี่ปุ่นที่ดูเป็นรูปเป็นร่างที่สุด เพราะที่นี่นอกจากจะเป็น Shop ที่จําหน่ายกันพลามากกว่า 2,000 แบบ จัดแสดงให้ชมอีกกว่า 1,500 แบบ ยังมีโซน Builders Gunpla Builders World Cup Champion จัดแสดงเป็นนิทรรศการให้ชมกันอีกด้วย ซึ่งอาจกล่าวได้ว่านอกจากจะมาหาซื้อ กันพลาแล้วยังได้ชมกันพลาอีกหลากหลายมากมายรวมอยู่ในที่เดียว

  • SHOP ZONE รวมกันพลาไว้ราวๆ 2,000 แบบ และมีจัดแสดงโชว์กันพลาอีกประมาณ 1,500 แบบ กันพลาที่เคยประกอบเล่นกันสมัยเด็กๆ หาซื้อกันได้ที่ได้นี่เลย
  • BUILDERS ZONE จัดแสดงกันพลาจากทั่วโลกผลงานจาก Builders Gunpla Builders World Cup Champion
  • FACTORY ZONE ที่รวมชิ้นส่วนและส่วนประกอบ “ของจริงของกันพลา” ที่สามารถจับสัมผัสได้ นอกจากนี้ยังมีกันพลารุ่นพิเศษ ลิมิเตทที่ขายเฉพาะที่นี่ด้วย

สถานีโทรทัศน์ Fuji TV

สถานีโทรทัศน์ฟูจิตั้งอยู่ที่โอไดบะ ที่นี่มีสตูดิโอถ่ายทํารายการที่เปิดให้เข้าไปชมได้ ถ้าไปตรงช่วงเวลาที่ถ่ายทอดรายการสดหรืออัดเทปรายการเราก็จะได้เห็นพิธีกร/ดาราจากสถานี โทรทัศน์นี้เช่นกัน สําหรับอาคารหลักของสถานีฟูจิ มีจุดเด่นเป็นหอชมวิวรูปทรงกลมเหมือน ลูกโลกอยู่ตรงกลาง เรียกว่า “ฮะจิทะมะ-Hachitama” เป็นจุดที่สามารถเดินชมวิวได้รอบ 270 องศา ที่ความสูงจากพื้นดิน 123.45 เมตร ซึ่งจะมองเห็นโตเกียวทาวเวอร์ โตเกียวสกายทรี และสะพานสายรุ้งได้ด้วย ส่วนที่เป็นลูกกลมๆนี้กลายเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของโอไดบะ ที่นักท่องเที่ยวหลายคนจําได้ติดตา เพราะถึงแม้จะแค่นั่งรถผ่านสะพานสายรุ้งก็จะเห็นตึกนี้แน่นอน ส่วนอาคารสถานีที่อยู่ด้านล่างมีชั้น 7 เป็นดาดฟ้าซึ่งผู้เข้าชมที่ขึ้นบันไดเลื่อนยาวมาจากชั้น 1 จะต้องไปต่อลิฟต์ที่นี่เพื่อขึ้นไปบนลูกโลก ชั้นดาดฟ้านี้เป็นจุดชมวิวบริเวณโดยรอบโอไดบะที่สวยงามอีกแห่งหนึ่ง อีกทั้งมีห้องและพื้นที่สําหรับจัดแสดงนิทรรศการหรืองานอีเวนท์ต่างๆได้อีกด้วย

รายการที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ฟูจิ รายการที่น่าสนใจและคนไทยส่วนมากรู้จักกันดี เช่น Iron Chef (เชฟกระทะเหล็ก), SMAP x SMAP, VS นอกจากนี้ยังมีการ์ตูนดังๆอย่างมารุโกะ ดราก้อนบอล ONE PIECE, Sazae และ SLAM DUNK

Palette Town

เป็นกลุ่มอาคารที่ประกอบด้วย shopping mall ชื่อ Venus Fort ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ และโชว์เคส Megaweb ของรถยนต์ Toyota อยู่รวมกัน

ชิงช้าสวรรค์ใkญ่ของ Palette Town
ชิงช้าสวรรค์ (Daikanransha) ที่มี ความสูง 115 เมตร หนึ่งตู้จุคนได้มากสุด 6 คน หลังจากที่ขึ้นชิงช้าสวรรค์ไปแล้ว 4 นาที ก็จะมองเห็น Tokyo Skytree ได้ในมุมสูง ชิงช้าสวรรค์ที่นี่มีทั้งหมด 64 ตู้ จะมีแค่ 4 ตู้ที่เป็นตู้ใสทั้งหมดสามารถ มองเห็นวิวได้ 360 องศา รวมถึงพื้นข้างล่างด้วย

เราสามารถมองเห็นวิวสิ่งก่อสร้างสําคัญๆจากชิงช้าสวรรค์ใหญ่นี้ได้เกือบครบ เช่น Tokyo Skytree, Tokyo Gate Bridge Tower, Rainbow Bridge และ Tokyo Gate Bridge

มีเรื่องเล่ากันมาว่าการได้ขึ้นชิงช้าสวรรค์สีเหลือง จะทําให้พรที่ขอนั้นสมหวังเป็นจริง หรือในวันเกิดให้ขึ้นตู้สีชมพูจะทําให้ปัญหาในชีวิตเรื่องยุ่งยากถูกปลดปล่อยแก้ไขปัญหาได้

ห้าง Venus Fort

เป็น Shopping mall ที่สร้างเป็นตึกสามชั้นของ Palette Town มีร้านค้าประมาณ 49 ร้าน และมีร้านประเภท Outlet อยู่ด้วย

จุดถ่ายภาพใน Venus For ชั้น 2
• Church Plaza เป็นลานจัดกิจกรรมในห้างวีนัสฟอร์ท จะมีกิจกรรมเปลี่ยนไปเรื่อยๆ บริเวณเวทีด้านหน้าทําเป็นรูปโบสถ์
• The Fountain Plaza น้ำพุเทพเจ้าวีนัส เป็นอีกหนึ่งที่ที่หลายคนมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันที่นี่ เทพเจ้าวีนัสและน้ําพุตอนเปิดไฟจะสวยมาก

Venus Family ชั้นหนึ่ง
มีร้านฟาสต์ฟูด ร้านอาหารญี่ปุ่น ร้านกาแฟ ร้านสะดวกซื้อ ร้านแนะนําก็เช่น Donguri Kyowakoku ร้านขายของที่ระลึกจาก Ghibli Studio มีทั้งตุ๊กตา ของใช้ในบ้าน และของเบ็ดเตล็ด, Hello Kitty’s Kawaii Paradise สามารถถ่ายรูปกับคิตตี้ตัวใหญ่และเลือกซื้อของที่ระลึกข้างในได้ (ไม่เสียค่าเข้าชม), Men-Ya Kookai ร้านราเมนที่มีเมนูให้เลือกหลายอย่าง เป็นราเมนแบบอาหารจีน ซึ่งน้ำซุปทํามาจากซี่โครงไก่ตุ๋น

Venus Brand ชั้นสอง
เป็นชั้นที่สวยที่สุด ตกแต่งแบบยุโรปโบราณ มีรูปปั้น น้ำพุ และมีการวาดเพดานเป็นภาพจําลองท้องฟ้าด้วย (มาแนวเดียวกับโรงแรมและคาสิโน The Venetian ที่มาเก๊า) ร้านค้าส่วนใหญ่เปิดตามเวลา ห้างคือ 11:00-21:00 น. ร้านแนะนํามีดังนี้ ZARA ร้าน เสื้อผ้าชื่อดัง ส่งตรงจากประเทศสเปน, Kiddy Land ร้านขายของเล่น ของใช้ ของฝากตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ นานาชนิด เช่น Hello Kity. Rilakkuma, Walt Disney, ตุ๊กตา Blythe, Snoopy, สินค้าจาก Sanrio และอื่น ๆ, LEGO ร้านขายตัวต่อเลโก้ชื่อดัง

Venus Outlet ชั้นสาม
รวม Outlet ของแบรนด์ดังต่างๆมากมาย เช่น BEAMS, PUMA, SAMSONITE นอกจากนี้ยังมีร้านอื่นๆ เช่น moussy backstock เสื้อผ้าสไตล์สาวญี่ปุ่นแบบบลำลอง สามารถใส่ได้ทุกวัน ราคาไม่สูงมาก, aburidori Icyou (อยู่ใน food Court) ร้านอาหารญี่ปุ่นที่เน้นเมนู “โอยะโกะดัง” ข้าวหน้าไก่และไข่, Botejyu ร้านโอะโคะโนะมิยะกิ (พิซซ่าญี่ปุ่น) เทปปัง-ยะกิ และยะกิโซบะ, Toraji ร้านเนื้อย่างที่ตกแต่งแบบรีสอร์ท

Rainbow Bridge สะพานสายรุ้ง

สะพานสายรุ้งเป็นสะพานแขวนที่เชื่อมระหว่างโอไดบะกับแผ่นดินใหญ่ของโตเกียว ยาวประมาณ 800 เมตร สร้างขึ้นเมื่อปี 1987 แล้วเสร็จในปี 1993 เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวที่ได้รับความ นิยมตลอด ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน วิวท้องฟ้า สะพาน และทะเล โดยเฉพาะในช่วงเย็นเมื่อสะพานเปิดไฟ บางวันก็เปิดไฟเป็นสีรุ้งตามชื่อที่สะพาน จากโอไดบะจะมองเห็นสะพาน นี้ได้ชัดจากแทบจะทุกที่ แต่การจะไปที่ตัวสะพานหรือเดินข้ามนั้นจะต้องเดินต่ออีกไกลพอสมควร

ทางเท้าสําหรับเดินข้ามสะพานจะมีสองฝั่ง คือ ฝั่งเหนือจะเห็นวิวเมืองโตเกียว ทั้ง Tokyo Tower และ Tokyo Skytree จะดูเหมือนสูงพอๆกันจากจุดนี้ ส่วนฝังใต้จะเห็น Odaiba และ ตึก Fuji TV ความยาวทางเดินแต่ละฝั่งประมาณ 1.5 กม. หรือถ้าเดินจากสถานีรถไฟสาย Yurikamome ที่ใกล้แต่ละฝั่งที่สุดคือจากสถานี Shibaura futo ถึงสถานี Odaiba kaihikoen ระยะทาง 3 กม.

Statue of Liberty เทพีเสรีภาพ

รูปเทพีเสรีภาพแบบเดียวกับที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แต่ขนาดเล็กกว่ามาก ตั้งอยู่บนชายฝั่งของโอไดบะใน บริเวณ Marine Park หันหน้าเข้าหาสะพานสายรุ้ง รูปปั้นนี้มีที่มาจากการที่รัฐบาลฝรั่งเศสส่งรูปปั้นเทพีเสรีภาพมา ตั้งไว้ที่นี่เมื่อปี ค.ศ. 1998-1999 เพื่อเป็นการฉลอง “ปี ของฝรั่งเศส” ในญี่ปุ่น และได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก จึงมีการสร้างรูปเทพีเสรีภาพขึ้นใหม่ตรงที่เดิมในปี ค.ศ. 2000 บริเวณนี้จึงเป็นจุดถ่ายภาพที่สําคัญของโอไดบะ

เทพีสันติภาพ ต้นแบบมาจากที่ฝรั่งเศสสร้างขึ้นเพื่อเป็นของขวัญให้แก่สหรัฐอเมริกา มีขนาดใหญ่มาก สูงเท่ากับตึก 15-20 ชั้น ปัจจุบันตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ ทางตอนใต้ของเกาะแมนฮัตตันในนครนิวยอร์ก และสหรัฐได้สร้างรูปปั้นแบบเดียวกันแต่ขนาดเล็กกว่าให้กลับคืน ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ที่เกาะกลางแม่น้ำแซนในกรุงปารีส นอกจากที่สหรัฐแล้วยังมีที่อื่นๆทั่วโลกอีกหลายที่ แม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นเองก็ยังมีที่ฮอกไกโด (ฮะโกะดะเตะ) จังหวัดอะโอโมริ และจังหวัดมิยาหงิ

ห้าง DECKS Tokyo Beach

เป็น shopping mall ขนาดใหญ่อีกแห่งหนึ่งในย่านโอไดบะ อยู่ใกล้มาทาง Marine Park โดยแบ่งเป็น 2 ฝั่งคือ ฝั่งติดทะเล เรียกว่า Seaside Mall ส่วนฝั่งติดกับ Fuji TV เรียกว่า Island Mall ภายในมีจุดท่องเที่ยวสําคัญคือ Legoland และ Tokyo Trick Art Museum

Legoland Discovery Center
ที่นี่มีตัวต่อ lego มากกว่าสามล้านชิ้น มีโรงหนัง 4D (Studios 4D) Miniland ที่จำลองสถานที่สําคัญต่างๆของโตเกียว โดยใช้ lego มากกว่า 1.6 ล้านชิ้น มีร้านจําหน่ายอาหารและเครื่องดื่มภายในนี้ด้วย

Tokyo Trick Art Museum
พิพิธภัณฑ์รูปภาพสามมิติที่มีรูปภาพอยู่ในแกลลอรี่หลากหลายรูปแบบ เช่น รูปภาพสามมิติย้อนยุคจากสมัยเอะโดะ รูปภาพผีสิง ภาพสัตว์จากในป่าหรือภาพศิลปะตะวันตก ซึ่งที่นี่จะมีการนํารูปภาพหรือรูปวาดใหม่ๆมาเปลี่ยนเสมอๆ และยังมีโซนฝึกสมองทักษะอยู่ที่นี่ด้วย

แช่ออนเซนย้อนยุค Oedo Onsen Monogatari Hot Springs

ออนเซนแห่งเดียวในโตเกียวที่มาจากธรรมชาติ เป็นสถานที่พักผ่อนและที่ท่องเที่ยวซึ่งได้รับความนิยมทั้งจากคนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่นี่นอกจากจะมีออนเซนทั้งภายในและสปาเท้าด้านนอกให้แช่ผ่อนคลายสบายตัวแล้ว ยังมีอบซาวน่า อบทรายร้อน สปา และบริการ นวดอีกด้วย บริเวณอันกว้างขวางของที่นี่ยังทําเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ซึ่งสามารถมาใช้บริการกันได้ทั้งครอบครัว ร้านอาหาร ร้านค้าที่อยู่ด้านใน จําลองบรรยากาศเก่าแก่สมัยเอโดะ โดยมีบริเวณภายนอกให้ออกไปเดินเล่นและแช่ฝ่าเท้าได้ ห้องอาบน้ำแยกชาย-หญิงตามปกติ

ร้านอาหารด้านในมีทั้งอาหารญี่ปุ่น อาหาร เกาหลี ของทานเล่น เครื่องดื่มมีแอลกอฮอล์และไม่มีแอลกอฮอล์ วัยรุ่นญี่ปุ่นนิยมมากันเป็นหมู่คณะและใช้เวลาที่นี่เกือบทั้งวัน ชั้นบนมีห้องดูหนัง แบ่งเป็นห้องของผู้หญิงโดยเฉพาะ และห้องรวมที่ทั้งผู้หญิงและผู้ชายใช้ร่วมกันได้ มีร้านขายของฝาก ของที่ระลึก

ชมวิวย่านโอไดบะ Telecom Center Observatory

ศูนย์กลางโทรคมนาคมที่สําคัญของโตเกียว สร้างเป็นตึกรูปตัว U คว่ำ ด้านบนของชั้น 21 (บน สุด) เปิดให้ขึ้นไปชมวิวมุมสูงของย่านโอไดบะ จากจุดชมวิวที่ระดับความสูง 99 เมตร สามารถมองเห็นทัศนียภาพริมอ่าวโตเกียว เมื่อมองไปรอบๆจะเห็นสะพานสายรุ้ง (Rainbow Bridge) โตเกียวทาวเวอร์ สถานีโทรทัศน์ฟูจิ (Fuji Television) ห้าง Palette Town และสิ่งก่อสร้างอีกมากมาย หากมาตรงกับช่วงที่ท้องฟ้าแจ่มใสจะมองเห็นวิวฟูจิซังอีกด้วย สําหรับใครที่ชื่นชอบวิวกลางคืน คุณจะได้เห็นสีสันยามค่ําคืนที่สวยงามไม่แพ้ที่อื่น

พิพิธภัณฑ์ Museum OF Maritime Science

พิพิธภัณฑ์ Museum OF Maritime Science หรือ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ทางทะเล อาคารพิพิธภัณฑ์มีรูปร่างคล้ายเรือเดินสมุทรขนาดใหญ่ ตั้งโดดเด่นอยู่ริมน้ำ ภายในอาคารหลักจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีของเรือ การขนส่งสินค้า ผ่านภาพถ่าย วิดีโอ รวมถึงโมเดลเรือประเภทต่างๆกันยังมีเรือ Soya เป็นเรือตัดน้ำแข็งเก่าแก่ของญี่ปุ่นจัดแสดงให้ชมอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติมีไรกัน Miraikan

แหล่งรวมนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ ตั้งอยู่ในย่านโอไดบะ จังหวัดโตเกียว เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงงานเกี่ยวกับทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมากมายกว่า 200 รายการ โดยจะแบ่งออกเป็น 4 โซนหลักๆ คือ โซนสิ่งแวดล้อมโลก (The Earth Environment and Frontiers), โซนนวัตกรรม สิ่งประดิษฐ์ในอนาคต (Innovation and the Future), โซนเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อสังคม (Information Science and Technology for Society) และโซนวิทยาศาสตร์ของสิ่งมีชีวิต (Life Sciences)

ศูนย์ประชุม Tokyo Big Site

Tokyo Big Site คือศูนย์การประชุมและจัดนิทรรศการที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียว ที่นี่มีพื้นที่สําหรับจัดนิทรรศการหรือจัดแสดงสินค้ารวมกว่า 80,000 ตารางเมตร ฝั่งตะวันออกมีสถานที่จัดนิทรรศการหรือจัดแสดงสินค้า 6 ห้อง และฝั่งตะวันตกมีสถานที่จัดนิทรรศการหรือจัดแสดง สินค้า 4 ห้อง มีห้องโถงใหญ่ที่อยู่ด้านใน และพร้อมสถานที่จัดแสดงนิทรรศการกลางแจ้งอีก 2 แห่ง ในส่วนของตึกที่เห็นเป็นรูปร่างสามเหลี่ยมกลับหัวคืออาคาร “Conference Tower” ภายในมีห้องประชุมทั้งหมด 21 ห้อง นอกจากนี้ที่นี่เป็นสถานที่จัดงานใหญ่ต่างๆในระดับโลกของญี่ปุ่น เช่น Tokyo Motor Show และอื่นๆ

สะพาน Tokyo Gate Bridge

Tokyo Gate Bridge เป็นสะพานข้ามอ่าวโตเกียวแห่งใหม่ที่เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2012 สําหรับใช้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเขต Koto (STAR) และเขต Ota (KHR) ซึ่งมีความยาวประมาณ 2,618 เมตร มีความสูง 87.8 เมตร ชื่อ Tokyo Gate Bridge นี้คือชื่ออย่างเป็นทางการ แต่มีหลายๆคนเรียกสะพานนี้ว่า “สะพานไดโนเสาร์” เพราะโครงสร้างของสะพานนี้ดูไกลๆแล้วคล้ายกับไดโนเสาร์สองตัวหันหน้าเข้าหากัน ซึ่งนับเป็นแลนด์มาร์กอีกแห่งหนึ่งของโตเกียว สะพานนี้อยู่ห่างจากปากแม่น้ำไกลออกไปจากโอไดบะอีกประมาณ 4-5 กิโลเมตร แต่สามารถมองเห็นได้จากบริเวณโอไดบะ