ย่านศิลปะ+บันเทิงนานาชาติ ROPPONGI & TOKYO TOWER

รปปงหงิ (Roppongi) เป็นแหล่งรวมผู้คนจากนานาชาติ สถานทูตของหลายประเทศก็ตั้งอยู่ในย่านนี้ ช่วงกลางวันก็มีงานศิลปะ จุดชมวิว พิพิธภัณฑ์ให้ชม ส่วนกลางคืนก็เต็มไปด้วยแสงสีและไฟประดับประดา หรือจะแวะมาเก็บภาพในช่วงพลบค่ำใกล้อาทิตย์ตกดินก็ได้ เรียกว่ามา ตั้งแต่กลางวันอยู่ยันกลางคืนได้เลย ช่วงเวลากลางคืนย่านนี้ถือเป็นแหล่งท่องราตรีที่มีสีสันมาก เพราะมีร้านอาหาร ผับ บาร์ ตั้งอยู่อย่างมากมาย ทั้งที่ติดถนนใหญ่และตามซอกซอย ผสมผสานความไฮโซมีระดับและแหล่งเที่ยวกลางคืนไว้ด้วยกันได้อย่างน่าแปลก ยังมีจุดชมศิลปะ สถานีโทรทัศน์ ร้านค้าแบรนด์เนมจากต่างประเทศมารวมกันอยู่ที่นี้อีกด้วย

ย่านนี้แบ่งเป็น 2 โซนคือ Roppongi Hills กับ Tokyo Midtown แต่ละโซนเป็นกลุ่มตึกสูงที่มีช่วงฐานชั้นล่างๆเชื่อมต่อกันเป็นศูนย์การค้า สองโซนนี้อยู่คนละทางจากสถานีรถไฟใต้ดินและห่างกันพอสมควร นอกจากนี้ห่างออกไปทางตะวันออกประมาณ 1 กม. ยังเป็นที่ตั้งของหอคอยโตเกียว (Tokyo Tower) ด้วย

พิพิธภัณฑ์ The National Art Center

พิพิธภัณฑ์ขนาดใหญ่มากที่จัดแสดงงานศิลปะแขนงต่างๆ มีการหมุนเวียนเปลี่ยนนิทรรศการพิเศษมาจัดแสดงตลอด อาคารมีสามชั้น พื้นที่จัดแสดงมากกว่า 14,000 ตารางเมตร รูปลักษณะของตึกภายนอกก็สะดุดตา ภายในบริเวณล็อบบี้มีเพดานเปิดโล่งถึงชั้นสามที่สูงถึง 21.6 เมตร ทําให้รู้สึกปลอดโปร่งสบาย ที่นี่ยังมี Art Library หรือห้องสมุดศิลปะที่มีหนังสือมากกว่าหนึ่งแสนเล่ม และยังมีร้านค้าขายของที่ระลึก ร้านอาหาร ร้านกาแฟอยู่ด้านในด้วย

ร้านอาหารหลักที่ชั้นสามชื่อ Paul Bocuse (Brasserie Paul Bocuse Le Musee) เป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่ได้ระดับสามดาวมิชลิน (ที่ฝรั่งเศส) มาเปิดที่ญี่ปุ่นสาขาแรกเมื่อปี 2007 ร้านดีไซน์เป็นรูปทรงกรวยอยู่ใจกลางโถงของพิพิธภัณฑ์ เสิร์ฟอาหารฝรั่งเศสพร้อมกับไวน์ที่คัดสรรมาแล้ว เป็นที่นิยมสําหรับคนโตเกียว มีเซ็ตมื้อกลางวัน (ไม่รับจอง) ตั้งแต่เวลา 11:00-16.00 น. และดินเนอร์ ตั้งแต่เวลา 16:00-21:00 น. หยุดทุกวันอังคาร นอกจากน มี Cafe อีกสองแห่งที่ชั้นหนึ่งและชั้นสอง

Art Triangle Roppongi (ATRO – สามเหลี่ยมพิพิธภัณฑ์แห่งรปปงหง)
ที่รปปงหงินั้นมีสามพิพิธภัณฑ์ที่เราเรียกว่า Art Triangle Roppongi (The National Art Center, Mori Art Museum และ The Suntory Museum of Art) ซึ่งถ้าซื้อตั๋วเข้าที่ใดที่หนึ่งแล้วจะสามารถนํามาเป็นส่วนลดค่าเข้ากับพิพิธภัณฑ์อีกสองแห่ง แห่งละ 100-200 เยนได้ด้วยค่ะ แต่เนื่องจากอยู่คนละโซนและห่างกันพอสมควร หากจะชมให้ครบทั้งสามแห่งก็ต้องเผื่อเวลาเดินทางระหว่างพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งไว้พอสมควร

หมู่ตึก Roppongi Hills

ที่นี่มีทั้งพื้นที่สํานักงาน ร้านค้า ชื่อดังจากต่างประเทศ และร้านอาหารรวมกันอยู่ประมาณ 200 ร้าน รวมทั้งพิพิธภัณฑ์ศิลปะและจุดชมวิวที่ชั้นสูงอย่าง โตเกียว ซิตี้ วิวหน้าตึกจะมีรูปปั้นแมงมุมยักษ์เป็นสัญลักษณ์ที่ใครผ่านไป มาต้องแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก

แมงมุมยักษ์ “maman” (ภาษาฝรั่งเศสแปลว่า “แม่”) เป็นผลงานของศิลปินชาวฝรั่งเศสชื่อหลุยส์ บูร์ซัวส์ (Louise Bourgeois) ซึ่งผลงานนี้เปรียบเสมือนตัวแทนแม่ของหลุยส์บูร์ชัวส์ ถ่ายทอดถึงความหมายในเชิงผู้เป็นแม่ที่คอยปกป้องลูก ผลงานชิ้นนี้มีความสูงประมาณ 10 เมตร และภายในท้องของแมงมุมมีไข่ที่ทําด้วยหินอ่อนอยู่ด้วย เราจะพบ Maman ได้ในอีกหลายประเทศทั่วโลก เช่น อังกฤษ แคนาดา สเปนหรือเกาหลี

พิพิธภัณฑ์ Mori Art Museum (MAM)

พิพิธภัณฑ์โมริ จัดแสดงศิลปะทั้งของศิลปินชื่อดังและศิลปินรุ่นใหม่ เน้นนิทรรศการศิลปะร่วมสมัยที่คนทั่วไปเข้าถึงได้ และเรื่องราวตามเทรนด์ใหม่ๆของญี่ปุ่น กินพื้นที่ทั้งชั้น 53 ของตึก Mori Tower รวมประมาณ 2,100 ตร.ม. ส่วนที่ร้าน MAC (Mori Art Center) Museum Shop (หรือย่อต่ออีกทีเป็น MMS) มีของที่ระลึกของศิลปินชื่อดังจําหน่าย ไม่ว่าจะเป็น Kusama Yayoi (ที่ร่วมออกแบบลวดลายบนกระเป๋าให้กับ Louis Vuitton) Nara Yoshitomo หรือ Murakami Takashi สามารถหาซื้อได้ที่ โอะโมะเตะ ชันโดะ และมิไรคัง (โอไดบะ) ได้อีกด้วย

ชมวิวที่ Tokyo City View และ Sky Deck

ห้องชมวิว Tokyo City View อยู่ชั้นที่ 52 ของศึก (ถัดพิพิธภัณฑ์ลงมา 1 ชั้น) ตึกสูงที่สุดในหมู่ตึก Roppongi Hils ที่ความสูงเหนือระดับน้ำทะเลประมาณ 250 เมตร สามารถมองเห็นวิวเมืองโตเกียวได้แบบ 360 องศา สามารถมองเห็นหอโตเกียวทาวเวอร์ในระดับสายตาพอดี และยังมองเห็นโตเกียวสกายทรีกับตึกระฟ้าในย่านชินจุกุได้อีกด้วย

สถานีโทรทัศน์อาซาฮี (TV Asahi)

สถานีโทรทัศน์อาซาฮี เป็นตึกหนึ่งในโซน Roppongi Hills ถ้ามาแถวนี้แนะนําให้แวะมาเที่ยวที่นี่ด้วย ในตัวตึกของสถานีเปิดให้เข้าชมฟรีที่ชั้นหนึ่ง มีร้านขายของที่ระลึกจากสถานีและรายการที่ออกอากาศที่สถานีนี้ บริเวณด้านหน้าเป็นลานกว้างสำหรับจัดกิจกรรม และมีส่วนของ atrium ตึกที่ล้อมรอบด้วยกระจกใสจะมีโปสเตอร์รายการทีวีที่มีชื่อเสียงของที่นี่แสดงไว้ให้ชมกัน จะได้เห็นโดราเอมอนตัวใหญ่ยืนรอให้ถ่ายรูปพร้อมกับสินค้าโดราเอมอนจําหน่าย และยังมีร้านอาหารกับคาเฟ่ที่ชั้นล่างด้วย

เทศกาลประดับไฟ Roppongi Hills Artelligent Christmas

ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี บริเวณหมู่ตึก Roppongi Hills จะใช้เป็นสถานที่จัดเทศกาลประดับไฟฤดูหนาวและเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวันคริสมาสต์ที่กําลังจะมาเยือน ดวงไฟหลายล้านดวงจะถูกประดับไว้ตามอาคาร ถนน ต้นไม้ รวมถึงจุดชมวิวบนตึกสูงให้อยู่ในธีมต่างๆ ซึ่งจุดชมการประดับไฟที่ได้รับความนิยมคือบริเวณถนนรปปงหงิ เคยากิซากะ (Roppongi Keyakizaka Dori) โดยจะมีการประดับไฟ LED มากถึงหนึ่งล้านดวงไว้ตามต้นไม้ที่เรียงรายอยู่สองฝั่งถนน รวมระยะทางราว 400 เมตร ในธีม Snow & Blue และในช่วงนาทีที่ 00 และ 30 แสงไฟจะเปลี่ยนเป็นสีแดงตามธีม Candle & Red เป็นเวลา 10 นาที บริเวณนี้ยังมองเห็นหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ สัญลักษณ์ของกรุงโตเกียวตั้งโดดเด่น นอกจากนี้ยังมีกิมมิคให้ตามหาไฟรูปหัวใจที่ซ่อนไว้อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีการประดับไฟในโอกาสอื่นๆ เช่น ช่วงชะกุระบาน เป็นต้น

หมู่ตึก Tokyo Midtown

โครงการตึกสูงที่อยู่ท่ามกลางสวนสีเขียว หลายคนเรียกที่นี่ว่าเป็นโอเอซิสของคนโตเกียว ที่นี้มีลานกว้างไว้สําหรับจัดกิจกรรม มีพื้นที่สีเขียวเป็นสวนเรียกว่ามิดทาวน์การ์เด้น ที่นี่มีทั้งออฟฟิศสํานักงาน โรงแรม ศูนย์ประชุม ที่พักอาศัย และพิพิธภัณฑ์ (The Suntory Museum of Art) ส่วนร้านค้าจะอยู่ในโซนของห้าง Galleria ซึ่งมีทั้งร้านแฟชั่นชั้นนํา, ร้านอาหาร และอื่นๆอีกมาก

พิพิธภัณฑ์ The Suntory Museum of Art

พิพิธภัณฑ์ซันตอรี่ที่เปิดมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1961 ที่นี่เราจะได้เห็นโบราณวัตถุและงานศิลปะที่รวบรวมมาจัดแสดงไว้ ตามคอนเซ็ปต์ Art in Life และยังมีนิทรรศการพิเศษที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ด้วย และยังมีร้านกาแฟ “shop x Cafe” (shop by cafe) ที่ชั้น 3 สำหรับนั่งชิลอีกด้วย

เทศกาลประดับไฟ Midtown Garden

รอบๆหมู่ตึก Tokyo Midtown จะประดับประดาไปด้วยไฟในธีมต่างๆ เช่น Tree Illumination, Champagne Illumination และที่พลาดไม่ได้คือ Starlight Garden พื้นที่ 2,000 ตารางเมตรของ Midtown Garden จะถูกเนรมิตด้วยหลอดไฟ LED สีน้ำเงินกว่า 280,000 ดวง ส่องแสงระยิบระยับมาพร้อมกับโชว์แสง สี เสียง สุดอลังการ

ห้าง Galleria

ห้างสรรพสินค้าเป็นตึกหนึ่งต่างหากในบริเวณเดียวกับของ Tokyo Midtown มีทั้งหมด 4 ชั้น (ไม่รวมชั้นใต้ดิน) มีร้านอาหาร ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านขนมของหวาน และร้านขายเสื้อผ้า เช่น

ชั้น 1 มีร้าน PUMA-The Black Store Tokyo (shop ที่รวมครบทุกไลน์ของ PUMA) ร้านแว่นตา Eyevan

ชั้น 3 IDEE SHOP/IDEE CAFE PARC ร้านเฟอร์นิเจอร์และคาเฟ สําหรับดื่มกาแฟและขนม, Hashi Choh ร้านขายตะเกียบและสินค้าสไตล์ญี่ปุ่น, ITOYA Top drawer ร้านเครื่องเขียนชื่อดังของญี่ปุ่น

ชั้นใต้ดิน MUJI ของตกแต่งบ้าน ของใช้และอุปกรณ์เครื่องเขียน, Toraya ร้านขนมหวานแบบญี่ปุ่น แกลลอรี่ และที่ดีมชา, HIRABOKU ร้านหมูทอดทงคัตซึ ยากินิคุบุฟเฟต์, FOOD MART เคาน์เตอร์ขายอาหารสด อาหารปรุงสําเร็จ

พิพิธภัณฑ์ 21.21 Design Sight

ตั้งอยู่ในส่วนพื้นที่สีเขียวทางด้านหลังของ Tokyo Midtown เป็นอาคารแสดงศิลปะและนิทรรศการที่ได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชั้นแนวหน้าของญี่ปุ่น Tadao Ando นิทรรศการที่จัดขึ้นที่นี่จะมีดีไซเนอร์ชั้นนําของญี่ปุ่นคอยดูแลสามคน คือ Issey Miyake, Taku Satoh และ Naoto Fukasawa

ร้าน Suzunami

ร้านสุซุนะมิ (Suzunami) อาหารญี่ปุ่นมาเสิร์ฟเป็นเซ็ต ในแต่ละเซ็ตเลือกประเภทของปลาได้ พร้อมของหวาน ร้านนี้มีชื่อเสียงเรื่องอาหารที่ทําจากปลา ความพิถีพิถันเอาใจใส่ตั้งแต่การหุงข้าว ย่างปลาและการทําซุป ทําให้ร้านนี้มีลูกค้ามาต่อคิวทานอยู่ตลอด

หน้าร้านมี shop ด้วย สามารถซื้อกลับบ้านได้ ปลาที่นี่จะเป็นแบบกึ่งสําเร็จรูป คือปรุงรสมาเสร็จเรียบร้อยแล้วและสามารถเก็บไว้ทานได้

ร้านขนม Toshi MoroiZuka

ที่นี้เป็นร้านดังของเชฟทําขนม คุณโทชิ ซึ่งเป็นเชฟอันดับต้นๆของญี่ปุ่นที่ดังมาก ขนมที่ได้รับความนิยมก็คือขนมที่ทําจากช็อกโกแลต เช่น JeanPierre (ชองปีแยร์-รสช็อกโกแลต) Anja (อันจา-รสเบอรี่) ซึ่งผงโกโก้ที่ใช้ทําขนม ทุกอย่างที่ร้านของคุณโทชิมาจากฟาร์มโกโก้ของคุณโทชิเอง (ซึ่งอยู่ที่ประเทศเอกวาดอร์ ชื่อ Toshi Yoroizuka Cacao Farm) นอกจากนี้ยังมีขนมที่เปลี่ยนตามฤดูกาล เช่น ขนมที่มีส่วนผสมของซากุระ ร้านไม่ใหญ่มากนักเป็นโต๊ะเคาน์เตอร์ทั้งหมด ถ้าไปช่วงเวลาดื่มชาช่วงบ่ายอาจจะต้องรอคิวกันสักนิดนึง

Tokyo Tower โตเกียวทาวเวอร์

หอคอยสื่อสารที่เป็นสัญลักษณ์อันโดดเด่นของกรุงโตเกียว อยู่ทางด้านตะวันออกของย่าน Roppongi ไปประมาณ 1 กม. มีความสูงประมาณ 333 เมตร และมีประวัติที่ยาวนานกว่า 50 ปี ตั้งแต่ช่วงหลังสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 การสร้างหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ขึ้นมานั้นเพื่อต้องการหาสัญลักษณ์หรืออนุสาวรีย์ และเพื่อรวบรวมขวัญกําลังใจของประชาชนที่ตกต่ำในช่วงหลังสงครามด้วย

ความสูงของโตเกียวทาวเวอร์อยู่ที่ 333 เมตร เนื่องจากการส่งสัญญาณโทรทัศน์และวิทยุจาก ศูนย์กลางที่โตเกียวนั้นต้องใช้ความสูงที่ระดับ 333 เมตรหรือมากกว่า และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ปีที่สร้างเสร็จและเปิดให้ใช้หอคอยโตเกียวทาวเวอร์นั้นก็ตรงกับปีโชวะที่ 33 ของญี่ปุ่นด้วยพอดี ส่วนสีของโตเกียวทาวเวอร์นั้นหลายคนเห็นว่าเป็นสองสี (two tone) คือสีแดงกับสีขาว ซึ่งจริงๆแล้วเป็นสีส้ม (เรียกสีส้มอินเตอร์เนชั่นแนล) และสีขาว โดยทุกๆ 5 ปี จะมีการทาสีใหม่หนึ่งครั้ง และแต่ละครั้งจะใช้เวลานานถึง 1 ปีเลยทีเดียว

ด้านในโตเกียวทาวเวอร์มีพิพิธภัณฑ์แมลง หอศิลป์ ร้านอาหาร ร้านขายของ และศาลเจ้าเล็กๆ ศาลเจ้าไดจิงกูอยู่บริเวณหัวมุมของชั้นบนจุดชมวิว คนญี่ปุ่นนิยมซื้อแผ่นไม้เอมะเพื่อเขียนอธิษฐานขอพรแล้วแขวนไว้ที่นี่ แผ่นไม้เอมะ ราคา 700 เยน มีให้เลือกสองแบบ เป็นรูปหัวใจและรูปโตเกียวทาวเวอร์

ในฤดูร้อน หรือโอกาสพิเศษโตเกียวทาวเวอร์จะเปิดให้เดินขึ้นหอคอยโดยใช้บันได (Foot Town) ไปที่จุดชมวิวที่ความสูง 150 เมตรด้วย เป็นการเดินบันได 600 ขั้น ซึ่งขณะเดินขึ้นบันไดก็จะได้ชมวิวระหว่างทางไปด้วยการเปิดบันไดนี้เป็นคอร์สพิเศษไม่ได้มีบ่อยๆ บันได 600 ขั้นหลายคนอาจจะตกใจกับจํานวนที่รู้สึกว่าเยอะ แต่ถ้าเป็นเด็กๆจะใช้เวลาเดินขึ้นบันไดแค่ 15 นาทีเท่านั้นเอง ถ้ามีโอกาสมาลองเดินเผาผลาญไขมันออกกําลังกายกันได้ หลังจากเดินถึงชั้นความสูงที่ 150 เมตรแล้วก็จะได้ใบรับรอง (Certificate) จากโตเกียวทาวเวอร์ว่าคุณได้ผ่านการเดินขึ้นหอคอยโดยบันไดด้วย (ค่าบริการเท่ากับราคาขึ้นหอคอยแบบปกติ)

สวนสนุก Tokyo One Piece Tower

สวนสนุกวันพีซแห่งแรกในประเทศญี่ปุ่น ตั้งอยู่ภายในชั้น 1-5 ของหอคอยโตเกียวทาวเวอร์ โดยทางเข้าและโซนที่เป็นสวนสนุกจะอยู่ในชั้นที่ 3-5 ภายในจะแบ่งเป็น 10 ด่านใหญ่ๆให้นักท่องเที่ยวได้เข้าไปผจญภัยกันแบบมันสุดเหวี่ยง

ชั้นที่ 1 มีร้านอาหารบุฟเฟต์ (Sanji’s Oresama Restaurant) สนนราคาอยู่ที่ ผู้ใหญ่ 2,500 เยน, เด็กอายุ 7-12 ปี 1,620 เยน, เด็กอายุ 4-6 ปี 1,080 เยน และเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ฟรี ร้านขนม (Cafe Mugiwara) ทั้งสองร้านจะออกแบบในธีมวันพีซและจะเสิร์ฟเมนูเฉพาะพิเศษที่มีแค่ที่นี่เท่านั้น ยังมีร้านขายของที่ระลึกวันพีซที่มีสินค้ากว่าร้อยชนิดให้เหล่าสาวกได้เก็บสะสมกัน