ฟินกับอาหารและของหวานในย่าน NAGAMEGURO และ JIYUGAOKA

ย่าน NAGAMEGURO เป็นย่านเล็กๆที่อยู่ใกล้ Ebisu และ Jiyugaoka สามารถนั่งรถไฟรถ ใต้ดินสาย Hibiya หรือสาย TokyuToyoko ลงสถานี Naka-Meguro ได้ ย่านนี้มีคลองไหลผ่าน ซึ่งสองฝั่งจะเป็นต้นซากุระในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะเป็นแหล่งชมซากุระอย่างดี ส่วนในฤดูอื่นก็จะเป็นย่านร้านค้ากิ๊บเก๋จํานวนไม่มากนัก ตั้งเรียงรายไปตามริมถนนที่ขนาบสองฝั่งคลอง

Tsutaya Bookstore & Starbucks

ร้านหนังสือ Tsutava ขายหนังสือหลายหมวด และมีร้านกาแฟ Starbucks อยู่ในนี้ด้วย คล้ายกับ Daikanyama T-Site แต่ที่นี่จะเล็กกว่านิดหน่อย ร้านตั้งอยู่ใต้รางรถไฟของสถานี Naka-meguro มีเคาน์เตอร์สําหรับซื้อกาแฟกลับบ้านต่างหากด้วย

ร้าน Aloha Table

ร้านอาหารสไตล์ฮาวายบรรยากาศเก๋ไก๋น่านั่ง มีหลายสาขาในโตเกียว ตกแต่งคล้ายๆกันด้วย บรรยากาศ Open-air ภายในตกแต่งด้วยไม้ดูอบอุ่น อาหารมีทั้งผักผลไม้เมืองร้อน เครื่องดื่มจําพวกเบียร์หรือค็อกเทล จะกินเอาอิ่มจริงจังหรือนั่งเล่นเพลินๆก็ได้ เน้นจัดแต่งจานด้วยสีสันสดใส ดูน่าทาน ทั้งของคาวและของหวาน มีซุปร้อนๆและข้าวให้เติมได้ไม่อั้น

ร้าน Cheese Cake Johann

ร้านขายชีสเค้กสไตล์โฮมเมดเจ้าดังของย่านนี้ แทบจะไม่มีที่นั่งทานในร้าน ต้องซื้อกลับบ้านอย่างเดียว ชีสเค้กมีสี่แบบคือ แบบธรรมชาติ (Natural), Mellow, Bluebery และ Sour Soft ราคาชิ้นละ 380-390 เยน ถ้าซื้อใส่กล่องกลับบ้านอย่าลืมรีบทานหรือเอาเข้าตู้เย็นทันที เพราะทิ้งไว้ข้างนอกนานๆจะเสียรสชาติได้

ร้านกาแฟ Amazing coffee

เดิมที่เป็นแค่รถขายกาแฟที่ตระเวนขายไปเรื่อยๆ จนกระทั่งมาเปิดสาขาแรกได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เหตุผลหนึ่งที่หลายคนมาที่นี่เพราะร้านนี้เป็นของหนึ่งในสมาชิกของ EXILE ซึ่งเป็นความฝันอย่างหนึ่งที่เค้าพูดกับสมาชิกวงเสมอว่าอยากจะมีร้านกาแฟเป็นของตัวเองในสักวัน

ย่าน JIYUGAOKA

จิยุกะโอกะ (JIYUGAOKA) เป็นอีกย่านเล็กๆที่ซุกซ่อนตัวอยู่ในกรุงโตเกียว เคยได้รับการโหวตให้เป็นย่านที่คนญี่ปุ่นอยากมาอาศัยอยู่มากที่สุดอีกย่านหนึ่ง ซึ่งความเป็นเมืองเล็กๆไม่ได้ทําให้ เสน่ห์ของเมืองนี้น้อยไปกว่าที่อื่นเลย เป็นย่านที่หลายๆคนยกให้เป็นเมืองแห่งขนมหวาน เป็นย่านที่เหมาะกับทุกวัย เราจะเห็นภาพครอบครัวในวันหยุด คนวัยทํางานในวันธรรมดา โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางด้วยตัวเองก็นิยมมาย่านนี้กันมากขึ้นด้วย

ย่านจิยูกะโอกะ มีการผสมผสานความเป็นยุโรป ทั้งร้านคาเฟสมัยเก่าใหม่ ร้านอาหารที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงามหรือบ้านคนญี่ปุ่นที่มีระดับหรูหรา แม้กระทั่งโรงรถที่ทําให้ย่านนี้ดูต่างไปจากที่อื่นในโตเกียว ที่สําคัญยังเป็นแหล่งรวมร้านอาหารและร้านขนมชั้นนําไว้เยอะเลย

ถนน Jiyu Dori Green Street: Kuhonbutsu-gaw

เป็นถนนที่ร่มรื่นไปด้วยต้นไม่ใหญ่ตรงกลางจะมีเก้าอี้ยาวให้นั่งสบายๆ ถ้าเป็นวันหยุดสองฝั่งจะมีร้านค้าที่นําของ hand made และเสื้อผ้ามือสองมาวางขายกัน เมื่อถึงช่วงที่ดอกซากุระบาน ถนนเส้นนี้ก็จะสวยงามไปอีกแบบหนึ่ง

ร้านร่ม Water Front

ร้านร่มที่นักท่องเที่ยวไทยนิยมซื้อกลับไปเป็นของฝาก มีร้านใหญ่เปิดอยู่ที่จิยูกะโอกะ ซึ่งเป็นสาขา Flagship store รวมสินค้าไว้เยอะมาก มีทั้งหมด 4 ชั้น รวมร่มไว้ประมาณ 500 กว่าแบบและมีจํานวนรุ่มมากกว่าหมื่นคันให้ได้เลือกซื้อกัน

LA VITA

บรรยากาศคล้ายกับอิตาลีเป็นจุดเล็กๆในย่านจิยูกะโอกะ ที่นี่มีร้านขนม ร้านขายของอยู่ ประมาณ 6 ร้าน (ซึ่งปัจจุบันมีการสลับสับเปลี่ยนร้านไปแต่ละช่วง) ที่นี่กลางวันจะมีคนมาเดินเล่นกันมากต่างจากช่วงเย็นและซึ่งจะไม่ค่อยมีนักท่องเที่ยวสักเท่าไหร่

ร้าน Tea House : KOSOAN

แกลลอรี่เล็กๆอยู่เยื้อง LA VITA ในรูปแบบบ้านพักของคนญี่ปุ่น มีสวนเล็กๆหน้าบ้านและห้องดื่มชาแบบโบราณ ปูด้วยเสื่อทาทามิมี 35 ที่นั่ง บรรยากาศเก่าแก่แบบนี้แทบไม่น่าเชื่อว่ามีอยู่ใน โตเกียวยุคปัจจุบันรู้สึกผ่อนคลายและให้ความสงบเป็นอย่างมาก ภายในตกแต่งด้วยตุ๊กตาญี่ปุ่นโบราณ เมนูชาเขียวชง เข้มข้นทานกับขนมหวานๆ หรือขนม ประจําฤดูร้อนอย่างอันมิทสึใส่น้ําเชื่อมและไอศกรีมวนิลา ก็อร่อย

ร้าน BAKE Cheese Tart

ร้านขนมชื่อดังเริ่มมาจากร้านขนมชีสทาร์ต ดั้งเดิมของฮอกไกโด “คิโนะโทะยะ” มีเมนูบลูเบอรี่ ชีสเค้กเป็นซิกเนเจอร์ของร้าน และเป็นของฝากที่ได้รับความนิยมกันมานาน ชีสทาร์ตแบบเดิมเป็นขนมที่ทานได้แบบเย็นๆไม่ต้องอบซ้ำ ต่อมาทางร้านทดลองทําชีสทาร์ตแบบอุ่นๆ อบออกจากเตาแล้วทานเลย ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทําให้ร้านเปิดสาขาเพิ่มอีกหลายแห่งทั่วประเทศ (เมืองไทยก็มีที่ EmQuartier)

ทาร์ตเค้กทําจากชีสของฮอกไกโดและประเทศฝรั่งเศส ผ่านการอบสองครั้ง ที่สาขานี้มีกาแฟและไอศกรีมแบบซอฟท์ครีมจําหน่ายด้วย

ร้านขนม Patisserie Paris S’eveille

ร้านขนมสไตล์ฝรั่งเศสแท้ นอกจากเค้กหน้าตาดีรสชาติอร่อยๆแล้วยังมีขนมปังและแยมที่ขายดีอีกด้วย เค้กที่ขายดีมากของร้านนี้คือ เค้ก Arlequin เป็นคาราเมลช็อกโกแลตครีมที่ด้านในมี ไส้กล้วยผสมนมและช็อกโกแลต อีกหนึ่งชนิดคือ Monsieur Armould ชื่อเค้กเป็นชื่อเดียวกับผู้ที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับคุณคะเนะโกะ ความกรอบของเฮเซลนัท ด้านบนเป็นแผ่นช็อกโกแลตและบนสุดเป็นครีมกลิ่นส้มเบาๆ

ร้านขนม M.Koide

ร้านขนมดังที่ซ่อนตัวในห้องเล็กๆ ชั้นล่างของอพาร์ทเมนท์ บนถนนเล็กๆริมทางรถไฟได้ลงหนังสือและนิตยสารของญี่ปุ่นหลายเล่ม มีการพูดเปรียบขนมเค้กในตู้ที่วางขายว่าเหมือน showcase ที่วางเพชรพลอยสวยงามหลากสีสัน เมนูที่ต้องไม่พลาดคือมูสเค้ก (mousse) ที่ทานแล้วละลาย นุ่มตั้งแต่สัมผัสลิ้น เรียกว่ากลืนได้เลยในหนึ่งวันจะมีเค้กราว 10-12 ชนิด แต่ละ เทศกาลก็มีเปลี่ยนเมนูใหม่เรื่อยๆ

ร้านข้าวหน้าปลาไหลโฮสะกะยะ (Unagi Hosakaya)

เมนูข้าวหน้าปลาไหลหรือจะสั่ง แต่ปลาไหลย่างมาเป็นกับก็ได้ ที่นั่งมีไม่มากและไม่รับจองล่วงหน้า แน่นอนว่าที่นั่งเต็มตลอดด้วยราคาที่ไม่สูงนักและรสชาติที่ลงตัว ทําให้มีลูกค้าต่อคิวยาวทั้งวัน

จิยูกะโอกะแฮมเบอร์เกอร์ (Jiyugaoka Burger)

ร้านเบอร์เกอร์เกือบจะเป็นซิกเนเจอร์ของย่านนี้ไปแล้วจากกระแสคนรักสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น ใช้เนื้อวัวที่ได้รับการเลี้ยงดูจากฟาร์มในญี่ปุ่นเท่านั้น มายองเนส และซอสมะเขือเทศที่ผลิตโดยกรรมวิธีธรรมชาติแบบออร์แกนิก ไม่ผสมสารกันบูด จึงเป็นแฮมเบอร์เกอร์เพื่อสุขภาพอย่างแท้จริง

ร้านเค้ก Mont St. Clair

ร้านเค้กของคุณสึจิงจิ ฮิโรโนบุ ได้รับการันตีจากหลายรางวัลระดับโลกไม่ว่าจะเป็นรางวัลจากฝรั่งเศส Salon du chocolat หรือ Coupe du Monde de la Patisserie เค้กที่ได้รับการขนานนามถึงความนุ่มละลายในปาก ด้วยวัตถุดิบพิเศษและผลไม้ตามฤดูกาล ขนมที่ได้รับรางวัลและติดอันดับขายดี (Bestseller) เช่น เซราวี่ (C’est la vie) ช็อกโกแลตขาวหวานสลับกับรสเปรี้ยวของราสเบอรี่ได้อย่างลงตัว หรือเค้กชื่อเดียวกับร้าน เป็นเนื้อบิสกิต โรยหน้าด้วยอัลมอนด์และเฮเซลนัท ด้านในโดมเค้ก ช็อกโกแลตเป็นบัตเตอร์ครีม