Edinburgh Part 1: เดินทางท่องเที่ยวฝั่งเมืองเก่าของเมืองหลวง ‘เอดินเบอระ’ แห่งประเทศสก็อตแลนด์

– เอดินเบอระ (Edinburgh) –

Edinburgh อ่านว่า เอ-ดิน-เบอ-ระ เป็นเมืองหลวงของ สกอตแลนด์ ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1437 เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจาก เมืองกลาสโกว์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าคนเท่านั้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเขต Central Lowlands ซึ่งติดกับ ทะเลเหนือ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดอีกเมืองหนึ่งในยุโรป เพราะมีทัศนียภาพสวยสดงดงามจับตาจับใจผู้มาเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง (ศตวรรษที่ 12-15) และ ความสวยงามตามธรรมชาติของเมืองซึ่งตั้งอยู่บนเขา อีกฝั่งหนึ่ง ติดกับทะเล และยังมีความเขียวขจีของสวนสาธารณะที่มีอยู่ทั่วเมือง เอดินเบอระเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ และ แกลเลอรี่มากมาย ย่านเมืองเก่า (Old Town) และเมืองใหม่ (New Town) ของเมืองยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1995 ด้วย การเที่ยวชมให้ทั่วเมืองคงต้องใช้เวลานานที่เดียว

การเดินทาง

สามารถเดินทางไปเมืองเอดินเบอระได้สะดวกทั้งทาง เครื่องบิน รถไฟ รถยนต์ และรถบัส จากเมืองลอนดอนที่นิยมส่วนใหญ่คือ รถไฟ เนื่องจากหากจองล่วงหน้าราคาจะไม่แพง และใช้ เวลาในการเดินทางไม่นานจะเดินทางมาถึงสถานีรถไฟเอดินเบอระ เวเวอร์ลี่ (Edinburgh Waverley) ซึ่งเป็นสถานีที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองสถานีรถบัสก็อยู่ไม่ไกลเช่นกัน ส่วนสนามบินแม้จะอยู่ไกลไปบ้าง แต่ก็มีรถโดยสารรับ-ส่ง (Shutle Bus) ให้บริการระหว่างสนามบิน และในตัวเมือง

การท่องเที่ยวไปรอบๆ เมืองเอดินเบอระแบบประหยัด คือ ซื้อตั๋วรถโดยสารประจําทางแบบ Day Ticket หรือตั๋วเดินทางภายใน หนึ่งวัน ราคาค่าตั๋ว ผู้ใหญ่ 2.30 ปอนด์ เด็ก 2 ปอนด์ ตัวนี้สามารถใช้โดยสารรถประจําทางทุกสายที่วิ่งในเมืองเอดินเบอระจะขึ้นหรือ ลงวันละกี่ครั้งก็ได้ภายในหนึ่งวัน ยกเว้นเพียงแค่รถ Airport Bus Link รถประจําทาง Night Bus ซึ่งวิ่งเฉพาะกลางคืนหลังเที่ยงคืนไปแล้วเท่านั้น ตั๋วรถโดยสารประจําทางนี้หาซื้อได้ที่ Waverley Bridge Travel Shops ถนนแฮนโนเวอร์ (Hanover Street) ที่อยู่ไม่ไกลจาก สถานีรถไฟ

แผนที่รถประจําทางสามารถขอได้ฟรีจากที่นี่เช่นกัน โดยการ เที่ยวรอบเมืองแบบนี้จะทําให้คุณประหยัดค่ารถได้มากทีเดียว และ ไม่แนะนําให้คุณๆขึ้นรถโดยสารเที่ยวรอบเมืองแบบที่เป็นสองชั้น แล้วเปิดประทุนโล่งบนชั้นสอง เพราะถึงแม้ว่ารถโดยสารชนิดนี้ จะพาคุณไปชมสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆทั่วเมืองเอดินเบอระ และจะ ขึ้น-ลงกี่ครั้งก็ได้ก็จริงอยู่ แต่ราคานั้นแพงกว่ารถโดยสารประจําทางธรรมดามากถึง 2 หรือ 3 เท่าทีเดียวซึ่งเปรียบเทียบกับเพียงแค่

เรามีแผนที่แล้วขึ้นรถประจําทางเที่ยวเองก็สนุกได้และประหยัดมากกว่าสําหรับผู้ที่มีงบน้อย

การเที่ยวเมืองเอดินเบอระให้คุ้มอีกวิธีหนึ่ง ขอแนะนําให้ซื้อ Edinburgh Pass ที่สามารถใช้ขึ้นรถบัสและ Airport Bus ได้พร แบบไม่จํากัดเที่ยว รวมทั้งเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวสําคัญของเมือง ได้ฟรีเกือบ 30 แห่ง เช่น

– Scotch Whisky Heritage Centre ซึ่งปกติราคาค่าเข้าชม 9.25 ปอนด์
– The Queen’s Gallery (The Palace of Holyrood House) ราคา 5 ปอนด์
– The Edinburgh Dungeon ราคา 10.95 ปอนด์ Edinburgh Zo0 ราคา 10 ปอนด์ เป็นต้น ราคาค่าบัตร Edinburgh Pass คือ
1 วัน ราคา 20 ปอนด์
2 วัน ราคา 36 ปอนด์
3 วัน ราคา 45 ปอนด์

-ฝั่งเมืองเก่า-

มีที่ตั้งบนเนินเขา มีถนนพรินเซส (Princes Street) เป็นเส้นแบ่งเขต  ขึ้นไปบนเนินเขาแถวถนนรอยัลไมล์ (Royal mile) และคาสเซิล ฮิลล์ (Castle Hill) มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายหลายแห่ง สามารถเดินทะลุกันได้ง่ายแต่อาจเหนื่อยหน่อย เพราะต้องเดินขึ้น-ลง เนินเขาเป็นส่วนใหญ่ สถานที่น่าสนใจคือ

  • ปราสาทเอดินเบอระ (Edinburgh Castle)

ปราสาทเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองของสกอตแลนด์ ตั้งเด่นเป็นสง่า อยู่บนยอดของภูเขาไฟที่มอดแล้ว เป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่สวย จับใจไม่ว่าจะมาเยือนในฤดูใดก็ตาม ที่นี่มีประวัติศาสตร์สําคัญเกี่ยวกับ การเมือง กษัตริย์ และสงครามระหว่างอังกฤษและสกอตแลนด์อัน ยาวนานให้ศึกษา ภายในมีสิ่งน่าสนใจมากมายให้แวะเยี่ยมชม เช่น

– เดอะ คิงส์ ลอดจ์ดิง (The King’s Lodging)

ในอดีตใช้เป็นห้องพักของเหล่าราชวงศ์ สร้างขึ้นตั้งแต่สมัย ศตวรรษที่ 15 รวมถึงห้องประสูติของกษัตริย์เจมส์ที่ 1 ของอังกฤษ หรือกษัตริย์เจมส์ที่ 4 ซึ่งเป็นโอรสของพระราชินีแมรี่แห่งสกอต เรียกห้องนี้อีกชื่อกันว่า Birth Chamber หรือห้อง Mary Room

– เดอะ เกรท ฮอลล์ (The Great Hall)

ห้องนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1511 ในสมัยของกษัตริย์เจมส์ ที่ 4 สําหรับประชุมสภา ก่อนจะสร้างหอประชุมสภาซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับ โบสถ์เซนต์กายล์ส (St. Giles) ในปัจจุบัน ห้องนี้ยังใช้เป็นห้อง สําหรับประกอบพิธีสําคัญต่างๆ ในบางโอกาสด้วย ภายในห้องมีหลังคา เป็นคาน และมีงานกระจกสี (Stain Glass) เป็นหน้าต่างด้วย

– เดอะ คราวน์ รูม (The Crown Room)

เป็นห้องซึ่งเก็บรวบรวมของมีค่ามากมาย อาทิ มงกุฎเพชร ที่มีมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1540 ทําจากทอง และประดับด้วยไข่มุก 94 เม็ด เพชร 10 เม็ด และอัญมณีล้ําค่าชนิดอื่นๆ อีกถึง 33 เม็ด เสื้อผ้า เครื่องหมายตราแสดงยศต่างๆ รวมถึงคทา เป็นทองประดับยอดด้วย หินควอซ ทั้งนี้ยังมีพระแสงดาบ แต่ที่มีค่าและสําคัญที่สุดคือ หิน แห่งโชคชะตา (Stone of Destiny หรือ Stone of Scone) ได้ถูกส่ง ไปไว้ที่ Westminster Abbey ในลอนดอนตั้งแต่ปี ค.ศ. 1296 ในสมัยกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 1 ของอังกฤษ แต่ในที่สุดก็ถูกย้ายกลับมา อยู่ที่ปราสาทแห่งนี้เมื่ออีก 700 ปีถัดมา (ค.ศ. 1996) ห้องนี้เป็น ห้องที่ไม่ควรพลาดที่สุดของปราสาทแห่งนี้

– เซนต์ มากาเร็ตส์ ชาเพิล (St. Magarets Chapel)

อาคารเก่าแก่ที่สุดของปราสาทแห่งนี้ สร้างขึ้นเมื่อประมาณ ศตวรรษที่ 12 ในสมัยกษัตริย์เดวิดที่ 1 เพื่อใช้เป็นโบสถ์ส่วนพระองค์ และพระราชวงศ์ทั้งหลาย และเป็นการอุทิศให้กับพระมารดาของ พระองค์คือ พระนางมากาเร็ต ผู้สิ้นพระชนม์ในปราสาทเมื่อปี ค.ศ. 1093 โบสถ์แห่งนี้ยังได้ชื่อว่าเป็นโบสถ์ที่เล็กที่สุดในเมืองเอดินเบอระ และเล็กที่สุดอีกแห่งของสหราชอาณาจักรด้วย ปัจจุบันใช้ประกอบ ทางศาสนาต่างๆ เช่น พิธีแต่งงาน และพิธีรับศีล ภายในสามา รองรับคนได้ประมาณ 25 คนเท่านั้น

สถานที่ตั้ง: Edinburgh Castle, Castle Hill, City of Edinburgh, EH1 2NG
เบอร์โทรศัพท์:  44 (0) 131 225 9846
เว็บไซต์: www.historic-scotland.gov.uk/edinburghcastlehighlights

  • สกอตติช เนชั่นแนล วอร์ เมโมเรียล (Scottish National War Memorial)

สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงกองทหารที่สละชีพในสงครามโลก ครั้งที่ 1 ออกแบบโดย เซอร์ โรเบิร์ต ลอริเมอร์ (Sir Robert Lorimer) เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 1927 ส่วนที่เป็นกระจกเสตนกลาสออกแบบโดย ดักลาส สตราชาน (Douglas Strachan) ศิลปินผู้โด่งดังของสกอตแลนด์

  • เนชั่นแนล วอร์ มิวเซียม ออฟ สกอตแลนด์ (National War Museum of Scotland)

พิพิธภัณฑ์ทหารสกอตติช ที่รวบรวมเอาประวัติศาสตร์เกี่ยวกับ การทหารและสงครามที่ยาวนานกว่า 400 ปี รวมไปถึงเหรียญต่างๆ อาวุธ และเครื่องแบบทหาร มีนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และ เหตุผลสําคัญของสงครามต่างๆ ที่สกอตแลนด์มีส่วนเข้าร่วมด้วย

นอกเหนือจากห้องหรืออาคารต่างๆ ให้ได้เข้าชมมากมาย แล้วนั้น ส่วนภายนอกของปราสาท ตรงหน้าทางเข้ามีลานกว้างเรียกว่า ดิ เอสพลานาด (The Esplanade) ใช้ในการทําพิธีสวนสนามในงาน เทศกาล Edinburgh Military Tatoo ในช่วงเดือนสิงหาคมเป็น ประจําทุกๆ ปี ติดต่อกันมามากกว่า 50 ปีแล้ว ที่นี่ยังมีร้านอาหาร คอยบริการ ให้เข้ามานั่งจิบชา กาแฟ ชมทิวทัศน์ที่สวยงามของเมือง ได้ด้วย สามารถมองจากปราสาทไปเห็นถึง Royal Botanic Garden เลยทีเดียว

ปราสาทเอดินเบอระ เปิดให้เข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันคริสต์มาส ของทุกปี เดือนเมษายน-ตุลาคม เปิดเวลา 09.30-18.00 น. เดือน พฤศจิกายน-มีนาคม เวลา 09.30-17.00 น. ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 11 ปอนด์ เด็ก 5.50 ปอนด์

เวลาบ่ายโมงตรงของทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์ จะมีการ ยิงปืนใหญ่ ซึ่งเป็นประเพณีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ เป็นการ บอกเวลานักเดินเรือที่อยู่ในทะเลเพื่อปรับตั้งเวลาของตนเองให้ได้ มาตรฐาน ซึ่งปราสาทแห่งนี้อยู่สูงกว่าระดับน้ําทะเลถึง 121.92 เมตร แต่นักเดินเรือที่อยู่ห่างออกไปถึง 2 ไมล์ ยังสามารถได้ยินเสียง อย่างชัดเจน ส่วนในปัจจุบันการยิงปืนนี้นอกจากจะเป็นการสืบทอด ประเพณีดั้งเดิมของสกอตแลนด์แล้ว ยังเป็นการดึงดูดนักท่องเที่ยว ได้ดีอีกด้วย

  • หอคอยเอาต์ลุคและคาเมร่าออบสคูรา (Outlook Tower and Camera Obscura) 

เดินถัดจากปราสาทเอดินเบอระลงมาตามถนนคาสเซิล (Castle Hill) จะเจอกับหอคอยแห่งนี้ ข้างบนหอคอยมีลักษณะเป็นป้อม มองเห็นทิวทัศน์ของเมืองได้แบบ 360 องศา มีแกลเลอภาพ 3 มิติ และหน้าทางเข้ายังมีแผ่นกระจกอายุกว่า 150 แล้วเห็นตัวเองผิดส่วนแบบขําๆ ไว้เชิญชวนให้เข้าไปชมการ เปิดทุกวัน เดือนเมษายน-ตุลาคม เวลา 09.30-18.00 ” พฤศจิกายน-มีนาคม เวลา 09.30-16.30 น. ราคาตั๋วเข้าชม ผู้ใหญ่ 6.45 ปอนด์ เด็ก 4.15 ปอนด์

สถานที่ตั้ง: Castle Hill, Royal Mile, Edinburgh EH1 2ND
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 226 3709
เว็บไซต์: www.camera-obscura.co.uk

  • ศูนย์สาธิตสกอตวิสกี้

อยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับหอคอยเอาต์ลุค เป็นศูนย์สาธิตวิธีการทําสกอตวิสกี้ มีประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับวิสกี้ สาธิตโรงกลั่นเหล้าจําลอง และยังให้ทดลองชิมวิสกี้ที่ทําจากเมืองต่างๆ ในสกอตแลนด์ ซึ่งมีรสชาติต่างกันนอกจากนี้ยังมีร้านอาหารได้รางวัล Gold Award ชื่อร้าน Amber Restaurant ให้ได้ลองพิสูจน์รสชาติกันด้วยที่นี่เปิดให้เข้าชมตลอดทั้งปี ทุกวันเวลา 10.00-17.00 น. ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 9.25 ปอนด์ เด็ก 4.95 ปอนด์

สถานที่ตั้ง: (The Scotch Whisky Heritage Centre) 354 Castle Hill, Royal Mile, Edinburgh
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 220 0441
เว็บไซต์: www.whisky-heritage.co.uk

ติดตาม: Edinburgh Part 2: เดินทางท่องเที่ยวฝั่งเมืองเก่าของเมืองหลวง ‘เอดินเบอระ’ แห่งประเทศสก็อตแลนด์