Edinburgh Part 2: เดินทางท่องเที่ยวฝั่งเมืองเก่าของเมืองหลวง ‘เอดินเบอระ’ แห่งประเทศสก็อตแลนด์

– เอดินเบอระ (Edinburgh) –

Edinburgh อ่านว่า เอ-ดิน-เบอ-ระ เป็นเมืองหลวงของ สกอตแลนด์ ตั้งแต่เมื่อปี ค.ศ. 1437 เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 รองจาก เมืองกลาสโกว์ มีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 4 แสนกว่าคนเท่านั้น ตั้งอยู่บนชายฝั่งทะเลตะวันออกของเขต Central Lowlands ซึ่งติดกับ ทะเลเหนือ เป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าโรแมนติกที่สุดอีกเมืองหนึ่งในยุโรป เพราะมีทัศนียภาพสวยสดงดงามจับตาจับใจผู้มาเยี่ยมชมเป็นอย่างมาก ทั้งสถาปัตยกรรมเก่าแก่ในสมัยยุคกลาง (ศตวรรษที่ 12-15) และ ความสวยงามตามธรรมชาติของเมืองซึ่งตั้งอยู่บนเขา อีกฝั่งหนึ่ง ติดกับทะเล และยังมีความเขียวขจีของสวนสาธารณะที่มีอยู่ทั่วเมือง เอดินเบอระเป็นเมืองแห่งศิลปะและวัฒนธรรม มีทั้งพิพิธภัณฑ์ และ แกลเลอรี่มากมาย ย่านเมืองเก่า (Old Town) และเมืองใหม่ (New Town) ของเมืองยังได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกโลก เมื่อปี ค.ศ. 1995 ด้วย การเที่ยวชมให้ทั่วเมืองคงต้องใช้เวลานานที่เดียว

– ฝั่งเมืองเก่า (ต่อ)-

  • ศาสนจักรเซนต์กายล์ส (High Kirk of St. Giles)

เดินลงมาเรื่อยๆ จากถนนคาสเซิล ฮิลล์ (Castle Hill) ลงมา เจอถนนไฮ (High Street) จะเห็น The High Kirk of St. Giles ศาสนจักรแห่งนี้ถูกเรียกผิดตั้งแต่สมัยพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 1 ว่า St. Giles Cathedral หรือมหาวิหาร ที่นี่สร้างในสมัยยุคกลาง ถูกบูรณะขึ้นใหม่ในสมัยศตวรรษที่ 19 เป็นสไตล์โกธิค หลังคาแหลมสูงแต่ยังคงบางส่วนที่เป็นของดั้งเดิมไว้ด้วย ส่วนที่สวยที่สุดของมหาวิหารแห่งนี้คือ ส่วนที่เรียกว่า Thistle Chapel ที่มีเรื่องราวบนกระจก เสตนกลาสที่งดงาม ค่าเข้าฟรี แต่แนะนําให้บริจาคราว 1 ปอนด์ เดือน เมษายน-กันยายน วันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-19.00 น. วันเสาร์ เวลา 09.00-17.00 น. วันอาทิตย์ เวลา 13.00-15.00 น. เดือนตอ มีนาคม วันจันทร์-เสาร์ เวลา 09.00-17.00 น วันอาทิตย์ เวลา13.00-15.00 น

สถานที่ตั้ง: High Kirk of St. Giles, Parliament Square, Royal Mile, Edinburgh EH1 1RE
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 225 9442

  • 3D ล็อก เนส เอ็กซพีเรียนส์ (3D Loch Ness Experiences)

สถานที่แสดงเรื่องราวเกี่ยวกับตํานานลึกลับของสัตว์ประหลาด ที่ชื่อเนสซี (Nessie) ในทะเลสาบล็อก เนส ที่นําเสนอได้อย่าง น่าสนใจแบบ 3 มิติ แม้จะไม่ได้ไปสถานที่จริง แต่ก็ได้รับรู้เรื่องราว และบรรยากาศสนุกได้ไม่แพ้กัน ตั้งอยู่บนถนนรอยัลไมล์ สามารถ เดินจากปราสาทเพียง 3 นาทีเท่านั้น เปิดให้ชมช่วงฤดูร้อน เวลา 09.30 น. ส่วนฤดูหนาว เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 4.95 ปอนด์ เด็ก 3.95 ปอนด์

สถานที่ตั้ง: 1 Parliament Square, Royal Mile, Edinburgh EH1 1 RE
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 225 2290

  • เดอะ นิว สกอตติช พาเลียเมนต์ (The New Scottish Parliament)

บนถนนไฮมีอาคารที่มีความสวยงามทางสถาปัตยกรรมอีกมาก เช่น City Chambers, Museum of childhood, John Knox House, Huntly House (City Museum), Canongate ที่สามารถแวะเวียนชมความงามกันได้ตลอดสาย เมื่อเดินจาก High Street ซึ่งต่อมาจาก Royal Mile ไปแล้วจะไปเชื่อมกับถนนแคนอนเกต (Canongate) อีกที บริเวณนั้นจะพบกับ Scottish Parliament รัฐสภาแห่งใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จไม่นานเป็นสไตล์ Contemporary ดูล้ำสมัย แต่ก็สามารถกลมกลืนได้อย่างลงตัวกับเมืองเก่า เปิดให้เข้าชมฟรี

สถานที่ตั้ง: Visitor Services. The Scottish Parliament, Edinburgh EH99 1SP
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 348 5200

  •  ไดนามิค เอิร์ท (Dynamic Earth)

อีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวน้องใหม่ ตั้งอยู่ใกล้กับ Scottish Parliament อาคารโดมทันสมัยคล้าย Millennium Dome ในลอนดอน ภายในแสดงเรื่องราวกําเนิดโลกและจักรวาล ตั้งแต่อดีตไปจนถึงความ เจริญก้าวหน้าที่จะมาถึงในอนาคต เปิดให้ชมทุกวันพุธ-อาทิตย์ ปิดวันจันทร์และอังคาร เวลา 10.00-17.00 น. หยุดทําการในช่วง คริสต์มาส และปีใหม่ ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 8.95 ปอนด์ เด็ก 5.45 ปอนด์

สถานที่ตั้ง: Dynamic Earth, Holyrood Road, Edinburgh EH8 8AS
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 550 7800

  • พระราชวังฮอลีวูด เฮาส์ (The Palace of Holyrood House)

ถัดจากรัฐสภาไปคือ The Palace of Holyrood House เป็น พระราชวังที่ประทับของพระราชินีอลิซาเบธที่ 2 องค์ปัจจุบัน เมื่อ แปรพระราชฐานในสกอตแลนด์ ตัวอาคารเป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ เรอเนสซองส์ ที่ตั้งสง่างามท่ามกลางสวนสวยรอบพระราชวัง ตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16 มีประวัติศาสตร์อันยาวนานปนสยดสยอง เป็นที่ประทับของกษัตริย์หลายพระองค์ เปิดให้เข้าชมเป็นบางส่วนของพระราชวังดังนี้

– พาเลซ ออฟ ฮอลีวูด เฮาส์ (Palace of Holyrood House)

ภายในส่วนพระราชวังแห่งนี้มีเรื่องราวในหน้าประวัติศาสตร์มากมาย โดยเฉพาะเรื่องของพระราชินีแมรีแห่งสกอต (Mary Queen of Scots) ผู้ใช้เวลาส่วนใหญ่ที่ปราสาทแห่งนี้ หลังจากเป็นหม้ายจากกษัตริย์แห่งฝรั่งเศสเสียชีวิต เมื่อพระองค์อายุเพียง 19 ชันษา ขณะกลับมาประทับที่นี่พระองค์แต่งงานใหม่อีกถึง 2 ครั้ง ที่โบสถ์ ในพระราชวังแห่งนี้มีห้องที่เปิดให้เข้าชมเกี่ยวกับพระองค์มากมาย รวมทั้งห้องบรรทมของพระนางและห้องซึ่งเลขาชาวอิตาเลียนของ พระองค์ เดวิด ริซซีโอ (David Rizzio) ถูกแทง 57 ครั้ง และ ทิ้งศพไว้ในห้องถึง 9 วัน เนื่องจากสวามีของพระองค์เอง ลอร์ด ดาร์นลีย์ (Lord Darnley) เกิดความหึงหวง เพราะเชื่อว่าทั้งสอง ลักลอบมีความสัมพันธ์ลับๆกัน ปัจจุบันยังมีรอยคราบเลือดเป็นหลักฐานปรากฏอยู่ภายในมีเฟอร์นิเจอร์ของประดับตกแต่งอีกมากมายให้ได้ชม

ห้องใหญ่และยาวที่สุดในพระราชวังแห่งนี้คือ The Great Gallery ที่แสดงภาพเขียนกว่า 90 ภาพ เรื่องราวและตํานานของกษัตริย์สกอตแลนด์ ตั้งแต่สมัยกษัตริย์เฟอร์กุสที่ 1 (Fergus 1) ไปจนถึงกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 2 (Charles II) ห้องนี้ยังเป็นห้องที่ใช้ ประโยชน์อีกมากมาย เช่น เป็นห้องอาหารค่ําในสมัยพระเจ้าจอร์จ ที่ 5 (George V)

ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 8.80 ปอนด์ เด็กอายุไม่เกิน 17 ปี 4.80 ปอนด์ และเด็กอายุต่ํากว่า 5 ปี ฟรี

-ฮอลีวูด แอบเบย์ (Holyrood Abbey)

เป็นซากปรักหักพังที่ยังคงความสวยงามของโบสถ์ ภายในพระราชวังสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1128 ในสมัยกษัตริย์เดวิดที่ 1 (David I) แห่งสกอตแลนด์ โบสถ์ถูกใช้ในพระราชพิธีสําคัญทางศาสนา และพิธีแต่งงานสําหรับเหล่าราชวงศ์มากมาย หลังคาของโบสถ์แห่งนี้ได้หักพังลงมาเมื่อศตวรรษที่ 18 และไม่มีการบูรณะปล่อยให้เป็นสภาพดังปัจจุบัน

-เดอะ ควีนส์ แกลเลอรี่ (The Queen’s Gallery)

แกลเลอรีแห่งนี้เพิ่งเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี ค.ศ. 2002 นี้เอง สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบครองราชย์ปีที่ 50 ของควีนอลิซาเบธ ที่ 2 ภายในจัดแสดงงานนิทรรศการเกี่ยวกับ The Royal Collection ที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ราคาค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 5 ปอนด์ เด็ก อายุต่ํากว่า 5 ปี ฟรี และค่าเข้าชมรวมทั้งส่วนพระราชวัง และแกลเลอรี ผู้ใหญ่ 12.50 ปอนด์ เด็ก 6.50 ปอนด์ เปิดให้เข้าชม เดือนเมษายน-ตุลาคม เวลา 09.30-18.00 น. เดือนพฤศจิกายน มีนาคม เวลา 09.30-16.00 น. ปิดวันที่ 6 เมษายน, 25-26 ธันวาคม และช่วงที่มีพระราชบรมวงศานุวงศ์เสด็จแปรพระราชฐาน

สถานที่ตั้ง:The Palace of Holyrood House, Royal Mile, Edinburgh EH8 8DX
เบอร์โทรศัพท์: 44 (0) 131 556 5100
เว็บไซต์: http://www.royal.gov.uk

ติดตาม: Edinburgh Part 3: เดินทางท่องเที่ยวฝั่งเมืองเก่าของเมืองหลวง ‘เอดินเบอระ’ แห่งประเทศสก็อตแลนด์