ชวนมาเดินเล่นในย่านชิโอะโดเม แหล่งท่องเที่ยวสุดฮิปที่ urbanista ต้องหลงรัก

ย่านชิโอะโดเมะ (Shidome) เดิมเป็นเพียงที่รกร้างระหว่างพระราชวังกับปากอ่าวโตเกียว และค่อยๆพัฒนาไปเป็นท่าเรือและคลังสินค้า จนปัจจุบันกลายเป็นย่านธุรกิจที่กําลังขยายตัวและเป็นที่ตั้งของบริษัทข้ามชาติอีกมากมาย จากตึกสูงในย่านชิโอะโดเมะสามารถมองเห็นวิวได้ทั้งหอคอยโตเกียว อ่าวโตเกียว และสะพานสายรุ้งหรือเรนโบว์บริดจ์ สถานที่สําคัญในย่านนี้หลักๆคือตึก Dentsu ซึ่งเป็นสํานักงานใหญ่ของบริษัท Dentsu บริษัทสัญชาติญี่ปุ่นที่กลายเป็นยักษ์ใหญ่ด้านโฆษณาระดับโลก มีพิพิธภัณฑ์โฆษณาให้ชมกัน มีห้าง Carretta อยู่ในตึกเดียวกัน และยังมีสถานีโทรทัศน์ Nippon TV (NT) นอกจากนี้สถานีรถไฟเก่า Shimbashi (จะเขียนว่า Shinbashi ก็ได้คือสถานีเดียวกัน) ที่อยู่ย่านนี้ยังนับเป็นสถานีรถไฟแห่งแรกของญี่ปุ่นอีกด้วย ก่อนจะขยายทางรถไฟไปถึงสถานี Tokyo และมีการย้ายสถานี Shimbashi เดิมไปอยู่ที่ตั้งใหม่ตามในปัจจุบัน

ตึก Dentsu

ตึกสํานักงานใหญ่ของบริษัทโฆษณายักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น Dentsu นอกจากห้าง Carretta แล้วก็มีโซนร้านอาหารที่ยอดตึกเรียกว่า Sky Restuarant เชั้น 46-47) ซึ่งมีร้านแนะนํา คือ /So/ra/si/o และ BiCE Tokyo และยังมีสถานที่น่าสนใจคือ Advertising Museum Dentsu Tokyo (AMDT) ที่ชั้นใต้ดินด้วย

ห้าง Caretta Shiodome

ห้างใหญ่ที่อยู่ชั้นล่างของตึก Dentsu กลางย่านธุรกิจข้ามชาติที่ชิโอะโดเมะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Slow Life” ค่อยๆให้ชีวิตเดินไปท่ามกลางความวุ่นวายตลอดอาทิตย์ที่ทํางานกันมา ห้างนี้ เป็นศูนย์รวมในหลายๆด้านไม่ว่าจะเป็นร้านค้าสําหรับช้อปปิ้ง ร้านอาหารนานาชาติทั้งญี่ปุ่นและอาหารต่างประเทศ โรงหนัง ร้านขนมชื่อดังต่างๆ แม้แต่ในสัปดาห์ที่ต้องทํางาน การนัดพบ พูดคุย หรือเจรจาธุรกิจ ร้านในห้าง Caretta ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสําหรับนักธุรกิจหลายๆคน บริเวณลานหน้าห้างยังขึ้นชื่อในเรื่องการประดับไฟตามเทศกาลต่างๆอย่างสวยงามอีกด้วย

พิพิธภัณฑ์ ADMT (Advertising Museum Dentsu Tokyo)

AMDT ย่อมาจาก Advertising Museum Dentsu Tokyo อยู่ที่ชั้นใต้ดิน 1 (B1) ของตึก Dentsu ตึกเดียวกับห้าง Careta Shiodome นั่นเอง บริษัท Dentsu ก่อตั้งขึ้นโดยคุณโยชิดะ ฮิเดะโอะ ส่วนของพิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมเมื่อปี 2002 ภายในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะกล่าว ถึงประวัติของวงการโฆษณาญี่ปุ่น ตั้งแต่สมัยเอโดะจนถึงยุคของการโฆษณาทางโทรทัศน์อย่างในปัจจุบัน โดยมีผลงานโฆษณาให้ชมกันมากกว่าสองแสนชิ้นและแบ่งเป็นนิทรรศการประจําพิพิธภัณฑ์ และนิทรรศการชั่วคราวสลับสับเปลี่ยนไปเรื่อยๆ (temporary exhibitions)

ประวัติศาสตร์ของวงการโฆษณาญี่ปุ่นเริ่มขึ้นตั้งแต่ยุคสมัย เอโดะ (ค.ศ. 1603-1867) ที่ยังมีเพียงการวาดภาพแล้วใช้นักแสดงละครคะบุกช่วยพูดขายสินค้า ต่อมาจนถึงยุคสมัย เมจิ (ค.ศ. 1868-1912) ที่นิตยสารและหนังสือพิมพ์เริ่มเข้ามามีส่วนในชีวิตประจําวันของคนญี่ปุ่นยุคไทโช (ค.ศ. 19121926) หรือ “Taisho modernism” มีห้างสรรพสินค้าสมัยใหม่ทําให้รสนิยมของคนในสังคมเริ่มเปลี่ยนไป ภาพโฆษณาสินค้าที่ติดอยู่ตามหน้าห้างสรรพสินค้าก็เพิ่มมากขึ้นจนถึงยุคสมัยโชวะ (1926-1989) ยุคที่ประเทศญี่ปุ่นพลิกตัวเอง เปิดประเทศแล้วยังเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิคที่กรุงโตเกียวเมื่อปี ค.ศ. 1964 ทําให้การโฆษณาสินค้าเข้าสู่มิติใหม่ อย่างเช่น โทรทัศน์ วิทยุ จนกระทั่งถึงในยุคปัจจุบัน

สถานีโทรทัศน์ Nippon TV

สถานีโทรทัศน์ Nippon Television Network Corporation ตึก 32 ชั้น อยู่ใกล้กับสถานี JR Shiodome ไม่ไกลจากสถานี JR Shimbashi สามารถชมรายการที่กําลังออกอากาศสดๆ ที่สถานีผ่านกระจกใสของห้องส่งและเข้าไปชมภายในตึกได้ฟรี ตั้งแต่ชั้นใต้ดินจนถึงชั้นสอง มีร้านค้า ร้านอาหาร และสถานที่แสดงผลงานของสถานี รูปรอยประทับมือของนักแสดงชื่อดังและ นาฬิกาใหญ่เก่าแก่ของสถานี สําหรับฤดูหนาวที่สถาน Shiodome จะมีการจัดแสดงไฟประดับสวยงามด้วย

สวนฮามะรีเคียว (Hamarikyu Onshi Tei-en)

สวนฮามะรีเคียว (Hamarikyu Onshi Tei-en) นั้นตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียว เป็นสวนขนาดใหญ่ล้อมรอบไปด้วยพื้นที่สีเขียวที่อยู่ท่ามกลางตึกสูงระฟ้าของย่าน Shiodome ซึ่งคุณจะได้เห็นความแตกต่างระหว่างความเก่าแก่และทันสมัยไปพร้อมๆกัน เดิมพื้นที่บริเวณนี้ใช้เป็นที่อยู่อาศัยของเหล่าขุนนางและเป็นสถานที่ล่าสัตว์น้ำในยุคเอโดะ ต่อมาในปี ค.ศ. 1946 ได้เปิดให้คนทั่วไปใช้เป็นสถานที่พักผ่อน สวนมีพื้นที่ 250,165 ตารางเมตร ซึ่งสวนทางทิศใต้เป็นสวนญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคเอโดะส่วนทางด้านทิศเหนือถูกสร้างขึ้นภายหลัง ภายในสวนมีทัศนียภาพที่งดงามแตกต่างกันไปประกอบไปด้วยบ่อน้ำที่เรียกว่า Shio-iri-no Niwa ซึ่งน้ำที่อยู่ในบ่อเป็นน้ำทะเลจากอ่าวโตเกียว ปริมาณน้ำจะขึ้นหรือลดขึ้นอยู่กับระดับน้้ำทะเลนั่นเอง มีสะพานไม้ 0-tsutai-bashi ความยาว 118 เมตร เชื่อมต่อไปยังเรือนน้ำชาที่ตั้งอยู่เกาะกลางน้ำ นอกจากนี้ยังมีทางเดินเล่นชมวิวริมอ่าวโตเกียว สามารถชมความงามของพันธ์ไม้ต่างๆได้ตลอดทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นดอกซากุระ สวนดอกโบตั๋น (Peony) หลากหลายสายพันธุ์ ต้นสนเก่าแก่อายราว 300 ปี และอีกมากมายสับเปลี่ยนให้ชมตามฤดูกาล