สถานที่ท่องเที่ยวและช้อปปิ้งย่าน AOYAMA และบริเวณรอบๆย่าน HARAJUKU

ที่เที่ยวในย่าน AOYAMA

  • รถไฟใต้ดินสาย Chiyoda หรือ Ginza สถานี Omotesando ทางออก A4 หรือ A5 เดินต่ออีกประมาณ 100 เมตร

จากสี่แยกโอะโมะเตะซันโดะ เดินข้ามไฟแดง ตรงมาตลอดเส้นทางจะเจอกับย่านที่เรียกว่า “อะโอะยะมะ” หลายตึกมีดีไซน์สวยแปลกตา บางร้านได้รับการออกแบบจากสถาปนิกชื่อดัง ร้านค้าในย่านนี้เป็นแบรนด์เนมที่ปะปนสลับกับอพาร์ทเมนต์ราคาแพงที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว ไม่หนวกหูและผู้คนไม่พลุกพล่าน ในย่านนี้มีแกลลอรี่ที่แสดงผลงานของศิลปินชื่อดังด้วย เช่น TARO OKAMOTO Memorial Museum

พิพิธภัณฑ์ Taro Okamoto Memorial Museum

พิพิธภัณฑ์เก็บผลงานของ Taro Okamoto ศิลปินที่มีชื่อเสียงมากในประเทศญี่ปุ่น ผลงานที่มี ชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายชิ้นหนึ่งคือ The Tower of the Sun ที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของงาน World Exp๐ ปี 1970 ที่โอซาก้า ภายในมีร้านกาแฟเล็กๆให้นั่งดูศิลปะในสวนและจิบกาแฟไปด้วยได้

ตึก Prada/Cartier/Chloe

บนถนนโอะโมะเตะซันโดะช่วงปลายจะเริ่มแคบเข้า แต่ก็ยังมีอาคารร้านค้าที่น่าสนใจมาก เพราะการดีไซน์ที่แปลกสะดุดตาและอยู่ติดๆกัน คือ

  • บูติคปราด้า (Prada) ตึกใหญ่โตที่มีโครงสร้างเป็นกระจกทั้งตึก ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชาวสวิส Herzog และ de Meuron ในปี 2003
  • คาร์เทียร์ (Cartier) ตึกนี้ก็แปลกตาสวยงามอีกเช่นกันได้รับการออกแบบโดย Jun Mitsuiเสร็จสมบูรณ์ในปี 2002
  • โคลเอ้ (Chloe) เป็นตึกสูงที่ดีไซน์ได้อย่างลงตัวอีกเช่นกัน

ทั้ง 3 ตึกนี้ หากไม่ได้เข้าไปช้อปก็น่าจะเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก ยิ่งในยามค่ำคืนเปิดไฟภายในตึกสะท้อนออกมาก็จะได้ภาพประทับใจไปอีกแบบ

ร้าน Found MUJI

MUJI เป็นไลฟ์สไตล์แบรนด์แฟชั่นดังของญี่ปุ่น ที่เน้นความเรียบง่าย ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นจะไม่มีป้ายยี่ห้อติด ด้วยความที่เรียบง่ายของนักออกแบบ Mujirushi Ryohin จึงมีแฟนๆที่นิยมชื่นชอบอยู่ทั่วโลก สาเหตุที่สาขานี้ตั้ง ชื่อว่า Found MUJI เพราะเป็นสาขาแรกของ MUJI ที่เปิด มาตั้งแต่ปี 1983 ที่ย่านอะโอะยะมะและเพิ่งปรับปรุงใหม่ เป็นร้าน Found MUJI เมื่อปี 2011 โดยมีคอนเซ็ปต์ใหม่ที่แตกต่างจากร้าน MUJI สาขาอื่นๆตรงที่เป็นการนําผลิตภัณฑ์ที่มีดีไซน์จากทั่วโลกมาปรับใหม่ให้เหมาะสมกับการใช้งานในปัจจุบันมากขึ้น ซึ่งที่นี่เราจะได้เห็นถึงประวัติ ความเป็นมา และแนวคิดในการออกแบบของแบรนด์ด้วย

ร้านเบเกอรี่ La Porte – Pierre Herme Paris

ร้านเบเกอรี่จากปารีสที่ขึ้นชื่อติดอันดับต้นๆในประเทศญี่ปุ่น ถ้ามาที่อะโอะยะมะ แล้วคนที่ชอบขนมหวานจะพลาดไม่ได้ โดยเฉพาะ Ispahan macaron มาการองทําด้วยดอกกุหลาย, ลิ้นจี่ และราสเบอร์รี นอกจากนี้ยังมีขนมอบ ขนมเค้ก และเบเกอรีต่างๆให้เลือกทานอีกมากมายในญี่ปุ่นมีที่โตเกียว โอซาก้า และโกเบ (นอกจากนั้นยังมีที่ปารีส ลอนดอน และดูไบ) ปัจจุบันขนมของ Pierre Herme ยังถูกจัดอันดับให้เป็น 1 ใน 50 ของอาหารที่ดีที่สุดในโลกอีกด้วย

ร้าน A to Z Cafe

ความน่ารักของร้านนี้อยู่ตรงที่ทั้งร้านตกแต่งด้วยธีมของตุ๊กตา โยชิโตโม นารา (Yoshitomo Nara) เป็นตุ๊กตาเด็ก ผู้หญิง ผู้ชาย นํามาวาดเป็นภาพสีประดับอยู่ทั่วร้าน ร้านนี้มี 5 ชั้น เน้นพวกเครื่องดื่ม กาแฟ เค้ก แนะนําพาเฟต์ไอศกรีมมะพร้าวราดด้วยชาเชียวมัจฉะ และเสิร์ฟอาหารง่ายๆช่วงกลางวัน เช่น สลัด สปาเกตตี้ ส่วนดาดฟ้าก็จะเหมาะสําหรับคู่รักมาดินเนอร์โรแมนติกใต้แสงเทียน มีแชมเปญ ดนตรี บรรเลงเป็นจังหวะเบาๆ

ที่เที่ยวใกล้ย่าน HARAJUKU

คราวนี้เรามาดูสถานที่ท่องเที่ยวและแหล่งเช็คอินในใกล้ๆย่านฮาราจุกุ (Harajuku) กันบ้างดีกว่า ลุย!

Meiji Jingu Gaien อุโมงค์แปะก๊วย เมจิ จิงงุ ไกเอ็น

อุโมงค์แปะก๊วย เมจิ จิงงุ ไกเอ็น หรือเรียกสั้นๆว่า สวนจิงงุไก (เป็นคนละที่กับสวนของศาลเจ้า Meiji-Jingu อยู่ห่างไปทางตะวันออกของศาลเจ้าประมาณ 2 กม.) เป็นสวนที่มีพื้นที่กว้างขวาง ภายในบริเวณเป็นที่ตั้งของสนามกีฬาแห่งชาติที่สร้างขึ้นเมื่อครั้งที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิกในปี ค.ศ. 1964 และพิพิธภัณฑ์ Seitoku Memorial ซึ่งทางเข้าสวนฝั่งทิศใต้ จะมีถนน Icho Namili หรือถนนแปะก๊วยที่สองข้างทางมีต้นแปะก๊วย (Gingko Trees) หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าอิโระ (Icho) ปลูกไว้ตลอดแนวระยะทางกว่า 400 เมตร ซึ่งแต่ละฝั่งจะมีทิวแถวต้นแปะก๊วยใหญ่ 2 แถวคล้ายอุโมงค์ เมื่อเข้าสู่ช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน-ต้นเดือนธันวาคม ใบแปะก๊วยจะเปลี่ยนจากสีเขียวกลายเป็นสีเหลืองสดใสและค่อยๆร่วงลงพื้นเหมือนเป็นพรมสีเหลืองปูเต็มทางเดิน ทําให้ถนนเส้นนี้จะเต็มไปด้วยผู้คนที่พากันมาถ่ายรูป ชมความ สวยงามของอุโมงค์แปะก๊วย ที่นี้จึงเป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสียอดนิยมอีกแห่งในใจกลางเมือง โตเกียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของแต่ละปีด้วย

ห้องแสดงภาพยุคเมจิ Meiji Memorial Picture Gallery

Meiji Memorial Picture Gallery หรือ Seitoku Kinen Kaigakan อาคารเก่าแก่ที่เห็นได้โดดเด่นมาจากถนน Icho Namiki ด้วยสถาปัตยกรรมที่สร้างจากหินแกรนิตและหินอ่อนดูแปลกตา ที่นี่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของยุคเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) ซึ่งเป็นยุคที่เกิดการ เปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบโชกุนกลับไปสู่ระบอบจักรพรรดิโดยจักรพรรดิเมจิ เป็นช่วงของการฟื้นฟูประเทศและย้ายเมืองหลวงจากเกียวโตสู่เอโดะแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นโตเกียวในปัจจุบัน โดยเหตุการณ์สําคัญทางประวัติศาสตร์ตั้งแต่ช่วงรอยต่อของการเปลี่ยนยุคจนกระทั่งสิ้นสุดทั้งหมด 80 เหตุการณ์ถูกบันทึกไว้เป็นภาพวาดโดยฝีมือจิตรกรอันดับต้นๆของประเทศ เก็บรักษาเอาไว้และเปิดให้คนรุ่นหลังเข้าไปเยี่ยมชมได้ ภายในแบ่งเป็น 3 โซน ห้องทางขวาเป็นภาพวาดปี ค.ศ. 1852-1878 ห้อง ทางซ้ายเป็นภาพวาดปี ค.ศ. 1879-1912 ห้องกลางเป็นห้องที่บอกเล่าเรื่องราวของประวัติอาคารแห่งนี้