KANSAI: พาชมศิลปวัฒนธรรมเสน่ห์อีกมุมหนึ่งของประเทศญี่ปุ่นที่คุณไม่เคยรู้

– KANSAI (ภูมิภาคคันไซ) –

ภูมิภาคคันไซตั้งอยู่ทางตะวันตกของเกาะฮอนชู เป็นสถานที่ตั้งของอดีตเมืองหลวงทั้งสองแห่ง ของญี่ปุ่น อันได้แก่ เกียวโต และบะระ ทําให้ภูมิภาคแห่งนี้มีความเก่าแก่ทั้งในแง่ของ ประวัติศาสตร์ ศาสนา และศิลปวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าผสมผสานไปกับธรรมชาติที่สวยงาม

  • FUSHIMI INARI SHRINE

ศาลเจ้าที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่นักท่องเที่ยวด้วยภาพจําของอุโมงค์ซุ้มประตูโทะริอิสีแดงอันประกอบด้วยเสากว่าหมื่นต้น ที่เรียงตัวทอดยาวขึ้นไปบนยอดเขา

BEST VIEW: ความน่าอัศจรรย์ของศาลเจ้าแห่งนี้คือ จํานวนของเสาโทะริอิที่เรียงตัวเป็นแนว ยาวกว่า 4 กิโลเมตร หากต้องการเก็บภาพความสวยงามภายในอุโมงค์โทะริอิแบบไม่มีผู้คน อาจจะต้องรอจังหวะว่างจากการสัญจรของนักท่องเที่ยวสักพัก หรือไม่ก็เดินทางมาในช่วงเช้ามืด เพราะนักท่องเที่ยวไม่พลุกพล่านมากนัก

เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
การเดินทาง: จากสถานี Kyoto นั่งรถไฟ JR Nara Line ลงสถานี JR Inari แล้วเดินต่ออีกเล็กน้อย 9
เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย: ค่าเข้า ฟรี 2
เว็บไซต์: http://imari.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

  • KINKAKU-JI

คินคะคุจิเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อวัดทอง หรือวัดอิคคิวซังนั่นเอง ด้วยประวัติอันยาวนานและความสวยงามตรึงใจนักท่องเที่ยวมานักต่อนักจึงไม่แปลกที่วัดแห่งนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด

BEST VIEW: วัดทองตั้งอยู่กลางสระน้ำขนาดใหญ่ และมีสวนสีเขียวขจีโอบล้อมอยู่โดยรอบ จุดที่ดีที่สุดในการเก็บภาพสวยๆ ของวัดทองแห่งนี้ก็คือฝั่งตรงข้ามกับตัววัดที่มีสระน้ำาคั่นกลาง นั้นเอง

เมืองเกียวโต จังหวัดเกียวโต
การเดินทาง: จากสถานี Kyoto นั่งรถบัส Kyoto City Bus 
หมายเลข 101 หรือ 205 ลงที่ป้าย Kinkakuji-machi จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที
เวลาทำการ: 9 9.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 300 เยน
เว็บไซต์: www.shokoku-ji.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

  • HIMEJI CASTLE

ฮิเมะจิ ปราสาทที่ว่ากันว่าสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ด้วยโครงสร้างที่สลับซับซ้อน และตัวปราสาทสร้างจากไม้ทั้งหมด รวมทั้งยังคงสภาพเดิมมาตลอด 400 ปี โดยไม่เคยได้รับความเสียหายใดๆ ทําให้ที่นี่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในที่สุด

BEST VIEW: บริเวณด้านหน้าทางเข้าไปชมปราสาท เป็นจุดที่มองเห็นปราสาทได้ชัดเจน บริเวณนี้ไม่จําเป็นต้องใช้เลนส์มุมกว้างมากนักก็เก็บภาพของตัวปราสาทได้

เมืองฮิเมะจิ จังหวัดเฮียวโงะ 
การเดินทาง: จากสถานี Himeji นั่งรถบัสไปยังตัวปราสาท
หรือจะเดินก็ได้ (มองเห็นปราสาทได้จากสถานีรถไฟเลย)
เวลาทำการ: 9.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย:ตัวปราสาท 800 เยน
เว็บไซต์: www.himeji-kanko.jp/en/himejicastle.html

  • KOBE HARBORLAND

บริเวณอ่าวโกเบนั้นเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่ทันสมัยโดยรอบ ยามค่ำคืน ทั่วทั้งบริเวณจะสว่างไสวด้วยแสงไฟสีสันสวยงาม นับเป็นเมืองท่าที่มีบรรยากาศโรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

BEST VIEW: บริเวณอ่าวของโกเบฮาร์เบอร์แลนด์จะมองเห็นสวนสาธารณะเมริเคน (Meriken Park) และหอคอยโกเบพอร์ตทาวเวอร์ที่อยู่อีกฝั่งได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะในยามค่ําคืนที่จะมีการเปิดไฟสีสันสวยงาม นับเป็นวิวที่สวยงามน่าประทับใจมาก

เมืองโกเบ จังหวัดเฮียวโงะ
การเดินทาง: รถไฟ JR Kobe Line สถานี JR Kobe 
หรือ Kobe Municipal Subway Kaigan Line สถานี Harborland
เวลาทำการ: ร้านค้า 10.00 – 20.00 น. / 
ร้านอาหาร 11.00 – 22.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
เว็บไซต์: www.harborland.co.jp/en

  • UMEDA SKY BUILDING

อาคารคู่ในย่านอูเมดะ ที่เชื่อถึงกันด้วย Floating Garden Observatory หรือสวนลอยฟ้าบนชั้น 39 ด้วยความสูง 173 เมตร เป็นจุดชมวิวรอบๆเมืองโอซะกะได้อย่างสวยงาม

BEST VIEW: ความน่าสนใจของที่นี่อยู่ที่จุดเชื่อมระหว่างสองอาคารที่เชื่อมต่อกันด้วยสวนลอยฟ้าในยามค่ำคืนจะมีการเปิดไฟไลต์อัพสีฟ้าตลอดทางเดิน สร้างบรรยากาศแสนโรแมนติก สําหรับใครที่อยากถ่ายภาพวิวยามค่ำคืน ก็ให้นําขาตั้งกล้องขึ้นไปได้ด้วย

ย่านคิตะ จังหวัดโอซะกะ 
การเดินทาง: สถานี JR Osaka, Subway สถานี Umeda, Higashi-Umeda หรือ Nishi-Umeda
เวลาทำการ: 10.00 – 22.30 น.
ค่าใช้จ่าย: Floating Garden Observatory ผู้ใหญ่ 800 เยน นักเรียน 500 เยน
เด็ก 300 เยน
เว็บไซต์: www.kuchu-teien.com/english

  • OSAKA CASTLE

ปราสาทที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นถือเป็นแลนด์มาร์กสําคัญของเมืองที่ใครมา โอซะกะก็ต้องแวะมาสักครั้ง รอบบริเวณปราสาทรายล้อมด้วยสวนสาธารณะหนาดใหญ่ทําให้ที่นี่ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ แต่ยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองด้วย

ช่วงค่ำคืนในวันที่ดอกซากุระผลิบาน จะมีการจัด Osaka Castle Hanami-Night Sakura Illuminayion ขึ้น ซึ่งเป็นการประดับประดาไฟสีสันต่างๆสร้างบรรยากาศสุดแสนโรแมนติกไปทั่วบริเวณ

BEST VIEW: บริเวณสวนด้านตะวันตกของปราสาทจะเห็น ตัวปราสาทได้อย่างชัดเจน ยิ่งในฤดูใบไม้ผลิที่ ซากุระเบ่งบาน ภาพของตัวปราสาทที่มีฉากหน้า เป็นดอกซากุระยิ่งทําให้ตัวปราสาทสวยงาม มากขึ้นไปอีก

เมืองโอซะกะ จังหวัดโอซะกะ
การเดินทาง: รถไฟ  JR Osaka Loop Line, Chuo Line หรือ Nagahori Tsurumi-Ryokuchi Line ลงสถานี Morinomiya หรือ Tanimachi Line ลงสถานี Tanimachi 4-Chome เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: ตัวปราสาท 9.00 – 17.00 น.สวนนิชิโนะมะรุ 9.00 – 17.00 น. (ช่วงเทศกาลซากุระ ปิด 22.00 น.) Light Illumination เปิด 18.00 – 22.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ภายในปราสาท 600 เยน/ช่วง Light Illumination *
เข้าชมภายในงาน 500 เยน
เว็บไซต์: www.osakacastle.net/english

  • TODAI-JI

วัดโทไดจิเป็นวัดที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีชื่อเสียง มากที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น อาคารไดบุตส์เดน (The Great Buddha Hal) ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานองค์หลวงพ่อโตโดบุตสนน เป็นอาคารไม้ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  และได้รับการบันทะเป็นมรดกโลกด้วย นอกจากนี้ภาพของฝูงกวางที่เดิน กับนักท่องเที่ยวก็เป็นภาพจําของวัดแห่งนี้ที่เห็นกันจนชน

BEST VIEW: บริเวณด้านหน้าของวิหารหลักไดบุตสึเดนเป็นจุดถ่ายภาพเก็บบรรยากาศของวัดได้ เพียงแต่อาจต้อง ใช้เลนส์มุมกว้างสักหน่อย

เมืองนะระ จังหวัดนะระ
การเดินทาง: จากสถานี JR Nara นั่งรถบัสสาย 70 หรือ 97 ลงป้าย Kiyomizu-michi แล้วเดินประมาณ 5 นาทีหรือจากสถานีรถไฟ Kintetsu Nara เดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: 10 มีนาคม เปิด 8.00 – 17.00 น.
เมษายน – กันยายน เปิด 7.30 – 17.30 น.
ตุลาคม เปิด 7.30 – 17.00 น.
พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เปิด 8.00 – 16.30 น.
ค่าใช้จ่าย: ไดบุตสีเดน ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน
เว็บไซต์: www.todaiji.or.jp/english/index.html