HOKAIDO: พาไปเที่ยวชมความงามของ ‘ภูมิภาคฮกไกโด’

– HOKKAIDO (ภูมิภาคฮกไกโด) –

ฮกไกโดเป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของญี่ปุ่น เป็นจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด และอยู่เหนือสุดของประเทศ ด้วยอากาศที่หนาวเหน็บเกือบตลอดทั้งปี ทำให้มีประชากรอาศัยอยู่ไม่มากนัก แต่ด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์อาหารการกินหลากหลาย ทำให้ฮกไกโดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน

  •  HAKODATE 

ฮาโกดาเตะเป็นเมืองที่ได้รับการยกย่องว่าโรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เนื่องจากมีการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมตะวันตก และวัฒนธรรมญี่ปุ่นในสมัยเมจิ จึงทำให้สิ่งก่อสร้างที่สำคัญหลายแห่งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยเฉพาะบริเวณท่าเรือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโกดังอิฐแดงที่มีชื่อเสียง ไปจนถึงบริเวณเนินโมโตมาจิ (Motomachi) ซึ่งมีสิ่งก่อสร้างสไตล์ตะวันตกมากมายตลอดสองข้างทาง

โกเรียวกากุ ป้อมปราการรูปดาวห้าแฉก (Fort Goryokaku) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของเมืองฮาโกดาเตะ โดยในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ต้นซากุระกว่า 1,600 ต้นจะพร้อมใจกันผลิดอกสีชมพู สร้างความสวยงามที่น่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมองลงมาจากหอคอยโกเรียวกากุ (Goryokaku Tower) จะได้เห็นวิวทิวทัศน์สีชมพูเรียงร้อยเข้ากับป้อมปราการดาวห้าแฉกอย่างสวยงาม

เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง:
จากสถานี Hakodate นั่งรถรางสาย 2 หรือ 5 ลงสถานี Goryokaku-Koen-Mae ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เวลาทำการ: 21 เมษายน – 20 ตุลาคม 8.00-19.00 น.
21 ตุลาคม – 20 เมษายน 9.00-18.00 น.
ค่าใช้จ่าย:  ขึ้นหอคอยและบริเวณโดยรอบ 840 เยน
เว็บไซต์: www.hokodate-kanemori.com/en

โกดังอิฐแดงคะเนะโมริ (Kanemori Red Brick Warehouse) นับเป็นสถานที่คลาสสิกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่พลาด ไม่ว่าจะมาเวลากลางวันหรือกลางคืนก็สวยงามและน่าประทับใจไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลากลางคืน ที่จะมีแสงไฟไลต์อัพสร้างบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติก ทำให้บริเวณนี้ได้ชื่อว่ามีความโรแมนติกมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น



การเดินทาง:
ลงจากสถานี Hakadate นั่งรถรางมาลงที่ป้าย Jujigai เดินต่อประมาณ 5 นาทีเวลาทำการ: 9.00-19.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • MOUNT HAKODATE (ภูเขาฮาโกดาเตะ)

ภูเขาฮาโกดาเตะตั้งอยู่ทางใต้ของเมืองฮาโกดาเตะ เป็นที่ตั้งเนินโมโตมาจิ ซึ่งเต็มไปด้วยสิ่งก่อสร้างที่สำคัญสไตล์ตะวันตกและจุดชมวิวบนภูเขาแห่งนี้ได้รับการยกย่องว่าสวยงามน่าประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

BEST VIEW: วิวจากภูเขาฮาโกดาเตะได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในสามวิวยามค่ำคืนที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ที่จุดชมวิวบนยอดเขาจะเห็นภาพของเมืองที่ถูกโอบล้อมด้วยทะเลอยู่ระหว่างกลางส่วนเว้าโค้งเข้าหากันของอ่าวฮาโกดาเตะและช่องแคบสึงะรุ (Tsugaru Strait) นับเป็นภาพที่สวยงามควรค่าแก่การมาชมสักครั้งในชีวิต

เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง: จากสถานี Hakodate นั่งรถรางลงสถานี Jujigai จากนั้นเดินไปที่สถานี Ropeway ประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: 25 เมษายน-15 ตุลาคม 10.00-22.00 น.
16 ตุลาคม-24 เมษายน 10.00-21.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 1,200 เยน เด็ก 600 เยน
เว็บไซต์: www.334.co.jp/eng

  • ONUMA QUASI-NATIONAL PARK (ONUMA KOEN)

อุทยานแห่งชาติโอนุมะ เป็นหนึ่งในอุทยานแห่งชาติที่รายล้อมด้วยภูเขา ทะเลสาบและป่าขนาดใหญ่ ตั้งอยู่ไม่ไกลจากเมืองฮาโกดาเตะมากนัก ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายหลักของนักท่องเที่ยวผู้ที่ต้องการมาพักผ่อนและทำกิจกรรมต่างๆ

BEST VIEW: บริเวณใกล้ๆกับที่ตั้งแคมป์ซึ่งอยู่ทางด้านตะวันออกของทะเลสาบโอนุมะ จะเห็นภูเขาไฟโคมางะตาเกะ (Komagatake Volcano) ซึ่งตั้งอยู่ไกลออกไปอย่างชัดเจน

เมืองฮาโกดาเตะ จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง:
จากสถานี Hakodate นั่งรถไฟ JR Limited Express Super Hokuto Train ลงสถานี Onuma Koen ใช้เวลาประมาณ 20 นาที
เวลาทำการ: เมษายน-พฤศจิกายน 8.30-18.00 น.
ธันวาคม-มีนาคม 8.30-17.30 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
เว็บไซต์: www.onuma-guide.com (ภาษาญี่ปุ่น)

  •  OTARU

โอตารุ เมืองชายฝั่งทะเลขนาดเล็กอยู่ไม่ไกลจากเมืองซัปโปโรมากนักมีชื่อเสียงในฐานะเมืองแห่งซูชิและขนมหวาน นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของคลองโอตารุ (Otaru Canal) คลองขนาดเล็กที่สุดแสนโรแมนติกนับเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้เลยก็ว่าได้

BEST VIEW:  แม้ว่าคลองโอตารุจะเป็นจุดมุ่งหมายบังคับที่นักท่องเที่ยวต้องแวะมาเยือนแต่คงมีจำนวนนักท่องเที่ยวไม่มากนักที่จะอยู่จนถึงช่วงค่ำที่มีการเปิดไฟรอบๆบริเวณคลอง ซึ่งมีความสวยงามและโรแมนติกมาก

ในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีเทศกาล Otaru Snow Light Path Festival (Otaru Yuki Akari no Michi) ซึ่งจะมีการประดับไฟทั่วเมือง โดนเฉพาะบริเวณคลองโอตารุจะมีการลอยโคมไฟก๊าซที่ส่องแสงระยิบระยับตัดกับสีขาวของหิมะ สร้างบรรยากาศที่สุดแสนโรแมนติกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาชม

เมืองโอตารุ จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง: รถไฟ JR Hokkaido Line ลงสถานี Otaru เดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
อัตราค่าบริการ: ฟรี

  • MOUNT MOIWA

    โมอิวะ ภูเขาขนาดเล็กตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซัปโปโร สามารถเดินทางขึ้นไปยังจุดชมวิวจะเห็นทิวทัศน์ของเมืองซัปโปโรได้แทบทั้งหมด นอกจากนั้นด้านบนยังมีร้านขายของที่ระลึกและร้านอาหารคอยให้บริการอย่างครบครัน

    BEST VIEW: จากจุดชมวิวด้านบนของภูเขาแห่งนี้ จะเห็นความเป็นระเบียบเรียบร้อยของเมืองซัปโปโรที่มีการวางผังเมืองมาเป็นอย่างดี ยิ่งในช่วงเวลากลางคืน แสงไฟในเมืองที่ส่องประกายระยิบระยับนั้นสวยงามน่าประทับใจเป็นอย่างมาก

เมืองซัปโปโร จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง: นั่ง Streetcar จากสถานีรถไฟ Susukino ลงที่ป้าย Ropeway Iriguchi ใช้เวลาประมาณ 25 นาที (ค่ารถ 170 เยน) จากนั้นต่อรถบัสฟรีไปลงที่ทางขึ้น Ropeway โดยใช้เวลาประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: เมษายน-พฤศจิกายน 10.30-22.00 น.
ธันวาคม-มีนาคม 11.00-22.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ค่าเดินทางสำหรับไป-กลับ และมินิเคเบิลคาร์ 1,700 เยน
เว็บไซต์: http://moiwa.sapporo-dc.co.jp

  • OKURAYAMA JUMP STADIUM

สนามแข่งขันสกีจั๊มป์โอกุระยะมะ เคยเป็นสถานที่แข่งขันโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี ค.ศ. 1972 และเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ฤดูหนาวซัปโปโร (Sapporo Winter Sports Museum) ซึ่งจัดแสดงเกี่ยวกับเรื่องราวความเป็นมา และการแข่งขันโอลิมปิกเมื่อครั้งอดีต นอกจากนี้ที่ด้านบนสุดยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามอีกด้วย

BEST VIEW: ด้านบนสุดของลานสกีแห่งนี้มีจุดชมวิวที่มองเห็นทิวทัศน์ของลานสกี ทุ่งราบอิชิคาริ และเมืองซัปโปโรที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน

เมืองซัปโปโร จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง:
นั่ง JR Burari Sapporo Kanko Bus จากสถานี Sapporo (ให้บริการเฉพาะเดือนเมษายน-พฤศจิกายน) ลงสถานี Okurayama Jump Stadium หรือนั่ง Tozai Subway Line ลงสถานี Maruyama Koen จากนั้นนั่งรถบัสหมายเลข 14 ไปลงที่ป้าย Okurayama Kyogijo Iriguchi แล้วเดินขึ้นเขาประมาณ 10 นาที (วิธีนี้สามารถเดินทางได้ตลอดทั้งปี)
เวลาทำการ: 1 พฤจิกายน-7 เมษายน และ 21-30 เมษายน 9.00-17.00 น.
1 พฤษภาคม-31 ตุลาคม 8.30-18.00 น.
(8-20 เมษายน ปิดให้บริการ)
ค่าใช้จ่าย: เก้าอี้ลิฟต์ ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 300 เยน
เว็บไซต์: sapporo-dc.co.jp/eng/okurayama

  • MOUNT YOTEI
    ภูเขาไฟโยเทอิ หรือฟูจิน้อยแห่งฮกไกโด เนื่องจากมีรูปทรงที่คล้ายกับภูเขาไฟฟูจิ แต่มีขนาดที่เล็กกว่า ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติชิโกทสึโทยะ (Shikotsu-Toya National Park) ซึ่งสามารถมองเห็นได้จากหลายสถานที่

BEST VIEW: แม้ว่าจะมองเห็นได้จากหลายสถานที่ แต่จุดที่เห็นภูเขาไฟโยเทอิได้สวยงามที่สุดก็คือที่เมืองนิเซโกะ ซึ่งเป็นเมืองที่ตั้งของภูเขาไฟลูกนี้นั่นเอง

เมืองนิเซโกะ จังหวัดฮกไกโด
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR Rapid Niseko ลงสถานี Kutchan จากนั้นนั่งรถบัส Niseko United Shuttle Bus ไปลงจุดต่างๆต่อไป
เว็บไซต์: www.nisekotourism.com