KANTO :Part 1 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!

 

– KANTO (ภูมิภาคคันโต) –

คันโตเป็นภูมิภาคที่มีความสําคัญ และเป็นที่ตั้งของมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ ประเทศญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ การศึกษา อย่างไรก็ตามภูมิภาคนี้ยังคงไว้ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

  • HITACHI SEASIDE PARK
    ฮิตะซิซีไซด์เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่ผลัดกันเบ่งบานสลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งปี

BEST VIEW: ณ จุดสูงสุดของเนินมิฮาราชิ (Miharash) เห็นทุ่งดอกเนโมฟีลา (Nemophila) สีฟ้าอ่อนได้ทั่วบริเวณ ไกลไปจนถึงชิงช้าสวรรค์  Flower Ring Ferris Wheel เลยทีเดียว

ช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ดอกเนโมฟีลาสีฟ้าอ่อนจะพร้อมใจกันผลิบานไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสโลกแทบจะกลายเป็นสีฟ้าทั้งใบเลยทีเดียว

เมืองฮิตะชินะกะ จังหวัดอิบะระกิ
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Katsuta 
แล้วขึ้นรถบัส Ibaraki Kotsu Bus
ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 1 มีนาคม – 20 กรกฎาคม และ 1 กันยายน – 31 ตุลาคมเปิด 9.30 – 17.00 น.
21 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม เปิด 9.30 – 18.00 น.
1 พฤศจิกายน-วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ เปิด 9.30 – 16.30 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก 80 เยน
เว็บไซต์: http://en.hitachikaihin.jp

  • ASHIKAGA FLOWER PARK

สวนดอกไม้อะชิคะงะเป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว่า 90,000 ตารางเมตร สวนแห่งนี้ มีดอกไม้นานาชนิดสลับกันผลิบานแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงฤดู

ไฮไลต์สําคัญของที่นี่คือดอกวิสทีเรีย หรือฟูจิ ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวนแห่งนี้มีมากมายหลายสายพันธุ์โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีสีสันแตกต่างกันไป

BEST VIEW: ในช่วงพลบค่ําจะมีการเปิดไฟไลต์อัพไปทั่วบริเวณ สร้างความสวยงามที่แตกต่างไปจากช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะบริเวณต้นวิสทีเรียที่จะดูสวยงามมากขึ้นเป็นพิเศษ

เมืองอะชิคะงะ จังหวัดโทชิกิ
การเดินทาง: 
นั่งรถไฟ JR Utsunomiya หรือ JR Shonan-Shinjuku 
หรือ JR Tohoku Shinkansen ลงที่สถานี Oyama และต่อรถไฟ JR Ryomo ลงที่สถานี Tomitaแล้วเดินประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 9 มีนาคม – ปลายพฤศจิกายน เปิด 9.00 – 18.00 น.
ปลายพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เปิด 10.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: 900-1,700 เยน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
เว็บไซต์: www.ashikaga.co.jp/english

  • NIKKO

ถ้าพูดถึงเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่น และชาวต่างประเทศจะต้องมีชื่อของนิกโกะรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน เพราะเมืองนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานทั้งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ซึ่งเป็นสุสานของโชกุนโตกุงะวะ อิเอะยะสี และยังเป็นเมืองที่มีสถานที่ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกมากมายหลายแห่ง จึงทําให้นิกโกะเป็นเมืองที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้น บริเวณทิวเษาทางด้านตะวันตกของเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินิกโกะ (Nikko National Park) ซึ่งมีน้ําตกและเส้นทางชมธรรมชาติ ที่กล่าวกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

  • BEST VIEW: บนจุดชมวิวซึ่งต้องนั่งกระเช้าจากอะเคะชิไดระ (Akechidaira Ropeway) ขึ้นมา คือบริเวณที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของ ถนนอิโระฮะซะกะ (Irohazaka) ที่ลัดเลี้ยวไปมาท่ามกลางหุบเขารวมถึงทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) ที่อยู่สูงที่สุด ในญี่ปุ่น ด้วยความสูง 1,269 เมตรจากระดับทะเล และน้ำตกเคะงน (Kegon Waterfall) ซึ่งเป็นน้ำตกซึ่งเกิดจากน้ำที่ไหลมา จากทะเลสาบชูเซนจินิกโกะถือเป็นสถานที่ชมใบไม้แดงสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นไม่มีคําบรรยายใด ๆ นอกจากต้องลองมาชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง
    เมืองนิกโกะ จังหวัดโทชิกิ
    การเดินทาง:
    จากสถานี Utsunomiya นั่งรถไฟ JR Nikko ลงที่สถานี Nikko 
    จากนั้นต่อรถ World Heritage Bus เพื่อท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ การเดินทางไปกระเช้าอะเคะชิไดระ นั่งรถบัสสาย Chuzenji-Onsen ลงที่ป้าย Akechidaira Ropeway
    เวลาทำการ: กระเช้าอะเคะชิไดระ 8.30 – 16.00 น.
    (พฤศจิกายน – มีนาคม เปิด 9.00-15.00 น.)
    ค่าใช้จ่าย: ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 710 เยน เด็ก 360 เยน
  • TOKYO TOWER

อดีตหอคอยที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองโตเกียวแม้ความสูงจะด้อยกว่า Tokyo Skytree กว่าครึ่งแต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความสวยงามด้วยสีส้มขาวอันเป็นเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่ว่าจะมองมาจากมุมไหน ก็ยังคงความคลาสสิกอยู่เสมอ

ในช่วงโกลเด้นวีค หรือช่วงวันหยุดยาวของประเทศญี่ปุ่น (วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม) จะมีการประดับธงปลาคาร์ปที่เป็นสัญลักษณ์ของวันเด็กผู้ชายซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เราจะได้เห็นภาพของธงปลาคาร์ปหลายร้อยตัว วนเวียนประดับประดาอยู่รอบหอคอย สร้างสีสันสดใสไปทั่วบริเวณ

BEST VIEW: วิวจากด้านบนของหอคอยโตเกียวนั้นไม่ได้แตกต่างจากตึกต่างๆในโตเกียวมากมายนัก แต่จุดที่น่าสนใจของที่นี่คือ การใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายย้อนขึ้นไปจากทางด้านล่างของหอคอยซึ่งจะทําให้เราเห็นโครงสร้างที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และประณีต ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่มีการเปิดไฟไลต์อัพสีส้มยิ่งทําให้ภาพที่เห็นสวยงามมากกว่าเดิมหลายเท่า

ย่านมินะโตะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
รถไฟ Tokyo Metro Hibiya Line 
ลงสถานี Kamiyacho แล้วเดินประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 9.00 – 22.00 น.
ค่าใช้จ่าย: Main Observatory ผู้ใหญ่ 900 เยน เด็ก 500 เยน
Special Observatory ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 500 เยน
Main Observatory + Special Observatory
ผู้ใหญ่ 1,600 เยน เด็ก 1,000
เว็บไซต์: www.tokyotower.co.jp/eng

ติดตาม  KANTO : Part 2 พาไปเที่ยวภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!