KANTO :Part 2 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!

– KANTO (ภูมิภาคคันโต) –

คันโตเป็นภูมิภาคที่มีความสําคัญ และเป็นที่ตั้งของมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ ประเทศญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางความ เจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ การศึกษา อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคนี้ยังคงไว้ ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถานที่ ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

  • TOKYO SKYTREE

หอคอยสูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน (พ.ศ. 2558) จุดชมวิวด้านบนจะเห็นเมืองโตเกียวได้โดยรอบ โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใสไม่มีหมอก และควันบดบังทัศนียภาพจะมองเห็นภูเบาไฟฟูจิที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน

BEST VIEW: ด้วยความสูงถึง 634 เมตร จึงทําให้เรามองเห็นหอคอยแห่งนี้ได้จากบริเวณต่างๆ ในโตเกียวแต่จุดที่เห็นความสวยงามของ Tokyo Skytree ได้ดีที่สุดอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำสุมิดะ ภาพของหอคอยสีส้มตัดม่วงที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟจากถนนหนทาง นับเป็นภาพที่สวยงามแปลกตามากทีเดียว

ว่ากันว่าฤดูหนาวเป็นช่วงที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุดนับเป็นโอกาสอันดีที่จะขึ้นไปเก็บภาพ
กว้างๆของเมืองโตเกียว และถ้าโชคดีอาจได้ภาพของฟูจิซังที่อยู่ไกลออกไปด้วย

ย่านสุมิตะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Tobu Skytree Line จากสถานี Asakusa ลงสถานี Tokyo Skytree
นั่งรถเพ Toei Asakusa Line หรือ Tokyo Metro Hanzomon Line ลงสถานี Oshiage 
ค่าใช้จ่าย: จุดชมวิว 350 เมตร ผู้ใหญ่ 2,060 เยน, 12-17 ปี 1,540 เยน, 6-11 ปี 930 เยน และ 4-5 ปี 310 เยนเมตร
จุดชมวิว 450 เมตร จ่ายเพิ่ม ผู้ใหญ่ 510 เยน, 12 – 17 ปี 410 เยน,   6-11 ปี 260 เยน
และ 4- 5 ปี 150 เยน
เวลาทำการ: 8.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์: www.Tokyo-skytree.jp/en

  • MORI TOWER

เป็นอาคารสูงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านรปปงงที่ชั้น 52 เป็น จุดชมวิวภายในอาคารในขณะที่ชั้น 54 นั้นเป็นจุดชมวิวบนดาดฟ้า และเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย เช่นเดียวกับตึก และหอคอยอื่นๆที่ในฤดูหนาวท้องฟ้าจะปลอดโปร่งมากที่สุด ฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของดาดฟ้าชั้น 54 จะมองเห็นบริเวณของย่านชิบูยาไกลไปจนถึงฟูจิซังเลยทีเดียว

BEST VIEW: ถ้าเปรียบเทียบวิวยามค่ำาคืนที่ถ่ายจากหอคอยหรือตึกสูงทั้งหมดในโตเกียว วิวจากดาดฟ้าชั้น 54 ของตึก Mori Tower นับเป็นวิวที่สวยที่สุดเป็นอันดับต้นๆทีเดียว เพราะเราจะเห็นแสงสีส้มของโตเกียวทาวเวอร์ที่ตั้ง ตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟของเมืองโตเกียว นับเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของที่นี่คือ ไม่อนุญาตให้นําขาตั้งกล้องขึ้นไปต้องอาศัยการวางกล้องไว้บนราวกั้นแทนจึงจะถ่ายภาพยามค่ำคืนได้

ย่านรปปปงงิ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Tokyo Metro Hibiya Line 
หรือรถไฟ Toei Oedo Line ลงสถานี Roppongi แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: Indoor Observation Deck ชั้น 52  เปิด 10.00 – 11.00 น.
Sky Deck ชั้น 54 เปิด 11.00 – 20.00 น.
ค่าใช้จ่าย: Indoor Observation Deck ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักศึกษา 1,000 เยน เด็ก 500 เยน /Sky Deck จ่ายเพิ่ม 500 เยน
เว็บไซต์: www.roppongihills.com.e.nt.hp.transer.com

  • SENSOJI TEMPLE

หลายคนที่เคยมาที่นี่คงคุ้นชินกับภาพขอ ความแออัดของนักท่องเที่ยวที่เดินพลุกพล่าน ไปมาในช่วงระหว่างวัน หากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวในยามค่ำคืนบ้างก็จะได้ สัมผัสถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่ก็ต้องไม่ลืมพกขาตั้งกล้องมาด้วยวัดเซนโซจิ หรือวิดอะซะกุสะเป็นวัดที่คนไทยรู้จักกันดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เพราะแทบทุกคณะทัวร์ที่เดินทางมาที่โตเกียวจะต้องแวะที่วัดแห่งนี้

BEST VIEW: บริเวณย่านอะซะกุสะซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเซนโซจิแห่งนี้ อยู่ไม่ไกลจาก Tokyo Skytree และแม่น้ำาสุมิดะมากนัก หากมาในช่วงเวลากลางคืนจะเห็น Tokyo Skytree จากบริเวณประตูคามินะริมง (Kaminarimon Gate) หรือประตูสายฟ้า (Thunder Gate) ได้อย่างชัดเจน

ย่านอะซะกุสะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Toei Asakusa Line หรือ Tokyo Metro Ginza Line 
ลงสถานี Asakusa เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: วิหารวัด 6.00 – 17.30 น. (ตุลาคม – มีนาคม เปิด 6.30 – 17.00 น.)
บริเวณวัดเปิด 24 ชั่วโมง ไฟไลต์อัพเริ่มเปิดช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
ไปจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
เว็บไซต์: www.senso-ji.jp

  • SHIOFUNE KANNON-JI TEMPLE

วัดชิโอะฟุเนะคันนงจิเป็นวัดเก่าแก่กว่า 1,300 ปี มีประวัติทางพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ทุกๆปีจะมีการจัดเทศกาลดอกอะซาเลีย (Azalea Festival) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีจํานวนมากกว่า 20,000 ต้นเลยที่เดียว

BEST VIEW: ลานด้านหลังของวัดมีสวนบนล้อมรอบบริเวณวัดเอาไว้ ณ จุดนี้จะเห็น สวนดอกไม้โดยรอบ นอกจากนี้ยังมองเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ด้านบนสุดของหุบเขานี้ด้วย

เมืองโอะเมะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟจากสถานี Shinjuku ลงสถานี Kabe 
จากนั้นนั่งรถบัสสาย Nishi-Tokyo Danchi ลงป้าย Shiofune Kannon-Iriguchiแล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ:  8.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 100 เยน (ช่วงเทศกาลดอกอะซาเลีย 700 เยน)
เว็บไซต์: http://Shiofunekannonji.or.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

  • MINATO MIRAI 

มินะโตะมิระอิ 21 เป็นย่านเมืองใหม่ที่ครอบคลุมบริเวณอ่าวโยะโกะฮะมะ ภายในบริเวณนี้มีทั้งแหล่งช็อปปิ้ง สวนสนุกคอสโมเวิลด์ (Cosmo World) พิพิธภัณฑ์นิปปอนมารุและท่าเรือโยะโกะฮะมะ (Nippon Maru and Yokohama Port Museum) และสิ่งก่อสร้างที่สําคัญมากมาย

BEST VIEW: ย่านมินะโตะมิระอิเต็มไปด้วยอาคารสูงมากมายในยามค่ําคืนเขตนี้จะสวยงามมากเป็นพิเศษ เนื่องจากแสงไฟที่มาจากอาคารต่าง ๆ เช่น Queen’s Square และโรงแรม InterContinental Yokohama Grand รวมไปถึงชิงช้าสวรรค์ Cosmo World Ferris Wheel

ย่านมินะโตะมิระอิ
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku/Negishi Line
ที่สถานี Yokohama ลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์: www.yokohamajapan.com

  • YOKOHAMA LANDMARK TOWER

ตึกสูงอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านมินะโตะมิระอิ 21 ชั้น 69 เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองโยะโกะฮะมะได้ทั้งหมด และในวันที่อากาศ แจ่มใสจะมองไปได้ไกลถึงอีกฟากหนึ่งของอ่าวโตเกียวเลยทีเดียว

BEST VIEW: ช่วงพลบค่ำคือ ช่วงเวลาดีที่สุดสําหรับขึ้นไปชมวิวบนโยะโกะฮะมะแลนด์มาร์กทาวเวอร์ ภาพของแสงไฟหลากสีจากสวนสนุกคอสโมเวิลด์ และบริเวณอ่าวโยะโกะฮะมะที่ค่อยๆสว่างขึ้นตัดกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีน้ําเงินเข้ม นับเป็นวิวจากตึกสูงที่น่าประทับใจมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ย่านมินะโตะมิระอิ เมืองโยโกะฮะมะ จังหวัดคะนะงะวะ
การเดินทาง
: นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku/Negishi Line ที่สถานี Yokohama ลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: ส่วนช็อปปิ้ง เปิด 11.00 – 20.00 น.
ส่วนคาเฟ่และร้านอาหาร เปิด 11.00 – 22.00
เว็บไซต์: www.yokohama-landmark.jp/web/english