CHUBU: Part 2 แนะนำสถานที่เที่ยวใน ‘ภูมิภาคชูบุ’ ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ

– CHUBU (ภูมิภาคชูบุ)-

ภูมิภาคชูบุตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สําคัญของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ใหญ่สุด และมีความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมทําให้ได้รับความนิยมในการมาท่องเที่ยวมากในปัจจุบัน

  • CHUREITO PAGODA

เรอิโตะ คือเจดีย์สีแดงที่คุ้นตาชาวไทยเป็นอย่างดีตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของศาลเจ้าอะราคุระเซ็นเงิน (Arakura Sengen Shrine) นอกจากประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาที่ยาวนานแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวฟูจิซังที่โด่งดัง และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากช่างภาพทั่วทุกมุมโลก

BEST VIEW: จุดชมวิวของที่นี่อยู่บริเวณด้านบนสุดของศาลเจ้า ซึ่งต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้น กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียวแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะที่จุดชมวิวจะมองเห็นวิวเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) รวมไปถึงวิวของฟูจิซังได้อย่างชัดเจน นับเป็นจุดชมวิวฟูจิซังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด

 เมืองฟูจิโยชิดะ จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง: จากสถานี Kawaguchiko นั่งรถไฟขบวนที่ไปสถานี Otsuki ลงที่สถานี Shimo-Yoshida จากนั้นเดินขึ้นเหนือ (จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ) เดินขึ้นบันไดราว 400 ขั้น จากบริเวณด้านหน้าวัดจนถึงเจดีย์ด้านบน 9
เวลาทำการ: จุดชมวิวเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • LAKE TANUKI

ทะเลสาบทะนุกิเป็นทะเลสาบเล็กๆที่อยู่ทางตะวันตกของฟูจิซัง เกิดขึ้นจากการขุดลอกบึงที่แห้งขอดเพื่อนําน้ำมาใช้ในการเกษตร แม้จะเป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็ก แต่วิวของฟูจิซึ่งที่นี่กลับสวยงาม ม่แพ้ในบริเวณทะเลสาบทั้งห้าเลยทีเดียว

กลางเดือนเมษายน และกลางเดือนสิงหาคมจะมีวันที่เกิดปรากฏการณ์ไดมอนด์ฟูจิที่พระอาทิตย์ขึ้นจากปากปล่องของฟูจิซัง และด้วยธรรมชาติของน้ำในทะเลสาบทะนุกิที่ค่อนข้างสงบนิ่งจึงทําให้เกิดเงาสะท้อนได้ง่ายกว่าที่ทะเลสาบอื่น เราเรียกปรากฏการณ์เงาสะท้อนของแสงจากดวงอาทิตย์ที่อยู่บนยอดฟูจิซังนี้ว่า ดับเบิลไดมอนด์ฟูจิ (Double Diamond Fuji)

BEST VIEW: จุดชมวิวฟูจิซังที่ทะเลสาบแห่งนี้อยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เวลาดีที่สุดในการถ่ายภาพก็คือช่วงเช้ามืด เพราะแสงของดวงอาทิตย์จะสว่างจากทางด้านหลังของฟูจิซัง ท้องฟ้าโดยรอบจะมีสีส้มแดงตัดกับภาพเงาทึบของฟูจิซัง

เมืองฟุจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: จากสถานี Fujinomiya นั่งรถบัส FujiKyuko ลงป้าย Tanuki-ko แล้วเดินเข้าไปยังทะเลสาบ
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • SHIRAITO FALLS

น้ำตกชิระอิโตะอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติฟูจิฮะโกะเนะอิซุ (Fuji-Hakone-lzu National Park) เช่นเดียวกับทะเลสาบทั้งห้า และได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 100 ของน้ำตก ในประเทศญี่ปุ่น น้ำที่ไหลลงมาเบื้องล่างเป็นน้ำแร่ซึ่งมาจากภูเขาไฟ ว่ากันว่าน้ำตกแห่งนี้เกิดขึ้นจากการระเบิดของฟูจิซึ่งในอดีตนั้นเอง

BEST VIEW: บริเวณด้านในสุดจะเห็นความสวยงามของน้ำตกชิระอิโตะแบบพานอรามา ซึ่งมีความกว้างถึง 150 เมตรทีเดียว ต้องใช้เลนส์มุมกว้างถึงจะเก็บภาพทั้งหมดของน้ำตกได้

เมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Fujinomiya ลงที่ป้าย Shiraito no Taki ประมาณ 30 นาที
ค่าใช้จ่าย: ค่าที่จอดรถ 500 เยน
เว็บไซต์: www.city.fujinomiya.shizuoka.jp/kankou/meisho/shiraito.htm

  • NIHONDAIRA

เนินนิฮงไดระตั้งอยู่บนภูเขาอโดะ (Mount Udo) มีขนาดบริเวณที่กว้างใหญ่มาก ประกอบไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสัตว์นิฮงไดระ ศาลเจ้าเก่าแก่คุโนซัง โทโชกุ (Kunozan Toshogu Shrine) เป็นต้น

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิเราจะได้เห็นภาพของต้นชาสีเขียวขจีเรียงกันเป็นแนวยาวไปทั่วบริเวณ นับเป็น โอกาสอันดีที่จะเก็บภาพของฟูจิซังซึ่งถูกโอบล้อมด้วยไร่ชาเขียว

BEST VIEW: นอกจากจังหวัดชิซุโอะกะจะเป็นจังหวัดที่มีการปลูก และส่งออกชาเขียวมากที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของฟูจิซังด้วย (อีกจังหวัดคือยะมะนะชิ) ภาพของฟูจิซัง ที่มีฉากหน้าเป็นไร่ชาเขียวจึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สําคัญของที่นี่ ซึ่งเก็บภาพความประทับใจนี้ได้บริเวณด้านบนสุดของเนินนิฮงไดระนั่นเอง

เมืองชิซุโอะกะ จังหวัดชิซุโอะกะ

การเดินทาง: จากสถานี Shizuoka นั่งรถบัส Shizuoka-Nihondaira-senลงที่ป้าย Nihondaira ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
ค่าใช้จ่าย: จุดชมวิว ฟรี
เว็บไซต์:  www.shizuoka-cvb.or.jp

  • MIHO BEACH

หาดทรายสีดําบนคาบสมุทรมิโฮะที่มีป่าสนดึกดําบรรพ์ทอดยาวไปตลอดแนวชายฝั่งกว่า 7 กิโลเมตร ถือเป็นป่าสนที่ใหญ่ที่สุดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น นอกจากนั้นบริเวณนี้ ยังเป็นฉากในตํานานเก่าแก่ของญี่ปุ่นเรื่อง Hagoromo-no Matsu (The pine of Hagoromo) อีกด้วย

BEST VIEW: พ้นจากแนวของป่าสนที่ทอดยาวตลอดชายฝั่งจะปรากฏภาพของฟูจิซังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวฟูจิซังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชิซุโอะกะเลยทีเดียว

เมืองชิมิซุ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: จากสถานี JR Shimizu นั่งรถบัสสาย Tokai Daigaku Miho Suizokukan ไปลงที่ป้าย Miho Matsubara Iriguchi (ประมาณ 24 นาที) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • SHIRAKAWA VILLAGE

ชิระคะวะ หมู่บ้านมรดกโลกที่มีชื่อเสียง มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นด้วยภาพจําของบ้านเรือนรูปทรงแบบกัชโชซุคุริ หรือหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ประกอบกับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ท่ามกลางหุบเขา ทําให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ช่วงเสาร์-อาทิตย์ของเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลประดับไฟ หรือ Winter light-up โดยนำสปอร์ตไลต์ยิงเข้าใส่หิมะที่ทับถมอยู่บนหลังคา ทำให้เกิดสีสันสวยงามน่าประทับใจไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน

TIP: ถ้าต้องการถ่ายภาพมุมกว้างของหมู่บ้านในช่วงเทศกาล Winter Light – up ที่จุดชมวิวชิโระยะมะ แนะนําว่าให้เลือกพักที่หมู่บ้านเลย และขึ้นไปรอที่จุดชมวิวตั้งแต่ช่วงบ่าย เพราะจะมีช่างภาพ และนักท่องเที่ยวจํานวนมากที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเรา ควรแต่งตัวให้อบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะอากาศในช่วงนั้นอาจจะต่ํากว่า 0 องศา เซลเซียสที่เดียว

BEST VIEW: จากจุดชมวิวชิโระยะมะ (Shiroyama) ที่อยู่บนเขาทางด้านเหนือจะเห็นหมู่บ้านชิระคะวะได้ทั้งหมด ภาพของหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขามีความสวยงามแตกต่าง กันไปในแต่ละฤดูกาล

หมู่บ้านชิระคะวะ จังหวัดกิฟุ 
การเดินทาง: จาก Takayama หรือ Kanazawa นั่งรถ Nohi Bus/Hokutetsu สาย Takayama หรือ Kanazawa ลงที่ป้าย Nohi Bus Stop
เวลาทำการ: ช่วงเทศกาล Winter Light-up เริ่มเปิดไฟตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป เว็บไซต์: http://shirakawa-go.org/en

  • JAPAN ALPS

เจแปนแอลป์เป็นกลุ่มเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 จังหวัด ในภูมิภาคชูบุ ได้แก่ นึ่งะตะ นะงะโนะ โทะยะมะ กิฟู ยะมะนะชิ และชิซุโอะกะ โดยแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ แอลป์ตอนเหนือ หรือเทือกเบาฮิดะ (Hida “Mountains) ส่วนที่สองคือ แอลป์ตอนกลาง หรือเทือกเบาคิโสะ (KISO * Mountains) และท้ายสุดคือแอลป์ตอนใต้ หรือเทือกเขาอะกะอิชิ (Akaishi Mountains)

– NORTHERN ALPS

แอลป์ตอนเหนือเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะเส้นทางแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะ (Tateyama Kuro Alpine Route) ที่ตัดผ่านภูเขาทาเตยะมะ ณ ระดับความสูง 2,450 เมตร ซึ่งจะเปิดในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี ด้วยบริการขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายตลอดเส้นทาง ทําให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

กลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนถือเป็นช่วงไฮไลต์สําคัญของที่นี่ เนื่องจากจะมีกําแพง หิมะ (Yuki-no-Otani) อันสูงใหญ่ให้ได้ชมกัน ซึ่งในช่วงแรกที่เปิดเส้นทาง (กลางเดือนเมษายน) กําแพงหิมะนี้จะมีความสูงราว 20 เมตรเลยที่เดียว

BEST VIEW: ในระหว่างเส้นทางของแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะนั้น มีจุดท่องเที่ยวที่สวยงาม มากมาย บริเวณเขื่อนคุโรเบะก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานกัน ระหว่างสิ่งก่อสร้างที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ และธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ ในบริเวณนี้จะมีความสวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล

จังหวัดนะงะโนะ โทะยะมะ กิฟุ และนีงะตะ
การเดินทาง: เส้นทางแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะเริ่มต้นได้จากสองฝั่ง คือ
1. ฝั่งโทะยะมะ นั่งรถไฟเอกชน Dentetsu Toyama (ติดกับ JR Toyama) สาย Toyama Chino Railway Tateyama ลงสถานี Tateyama
2. ฝังโอะกิซะวะ นั่งรถบัสจากสถานี Shinano Omachi ลงสถานี ogizawa
ค่าใช้จ่าย: เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route (One way)
จากฝั่ง Toyama ไป Ogizawa รวมทั้งหมด 9,140 เยน (หรือจาก Ogizawa ไปยัง Toyama ก็ราคาเท่ากัน)
เว็บไซต์: la www.alpen-route.com/en

– CENTRAL ALPS
แอลป์ตอนกลางอยู่ในบริเวณของจังหวัดนะงะโนะ แม้ว่าไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมเท่ากับแอลป์ตอนเหนือแต่ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของโรงแรมเซนโจจิก (Senioiki Hotel) ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (2,612 เมตร) บนภูเขาโคมะงะตะก= (19น Komagatake) เหมาะสําหรับผู้ที่อยากมาชื่นชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์แบบเงียบสงบและไม่วุ่นวาย

BEST VIEW: ในวันที่อากาศแจ่มใสจากบริเวณหน้าโรงแรมเซนโจจิกิจะเห็นเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ได้ทั้งหมด และยังเห็นยอดของฟูจิซังที่โผล่พ้นแนวเขาขึ้นมาอีกด้วย

 จังหวัดนะงะโนะ
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Iida Line ลงสถานี Komagane จังหวัดนะงะโนะ
จากนั้นต่อรถบัสหน้าสถานีไปลงที่ป้าย Shirabidaira Station ที่ความสูง 1,662 เมตร จากนั้นต่อรถกระเช้า Komagatake Ropeway ขึ้นไปที่ Senjojiki Station ที่ความสูง 2,612 เมตรเดินออกจาก Ropeway ก็คือส่วนของบริเวณโรงแรมเซนโจจิกิทันที
ค่าใช้จ่าย: ค่ากระเช้า Komagatake Ropeway ไป-กลับ 
ผู้ใหญ่ 2,260 เยน เด็ก 1,130 เยน เว็บไซต์: www.chuo-alps.com/en

  • NAGOYA CASTLE

ปราสาทประจําเมืองนะโงะยะ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ สีขาว – เบียวที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และด้านบนหลังคา มีสัญลักษณ์ของปลาหัวเสือสีทอง (Kinshachi) ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นเครื่องรางที่ช่วยป้องกันอัคคีภัยได้

BEST VIEW: บริเวณคูน้ำรอบปราสาท คือจุดถ่ายภาพของปราสาท นะโงะยะได้อย่างสวยงาม และไม่ติดผู้คนที่เดินผ่านไปมา แต่อาจจะต้องอาศัยเลนส์มุมกว้างสักนิด เพื่อเก็บความ ใหญ่โตของปราสาทให้ได้ทั้งหมด ในฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบปราสาท จะเต็มไปด้วยดอกซากุระที่เบ่งบาน สร้างสีสันให้กับตัวปราสาทดูสวยนุ่ม ละมุนมากขึ้น

เมืองนะงะโนะ จังหวัดไอชิ
การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถบัส Me-guruหรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sakura-dori ลงสถานี Hisaya-Odori แล้วเปลี่ยนไปสาย Meijo ลงที่สถานี Shiyakusho (City Hal)เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: 9.00 – 16.30 น. ตัวปราสาทปิด 16.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก ฟรี
เว็บไซต์: www.nagoyajo.city.nagoya.jp