เดินช้อปปิ้งย่าน Akihabara แหล่งรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และอุปกรณ์ไอที

อะคิฮะบะระ (Akihabara) แหล่งรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ของเล่น โมเดล เกมต่างๆ รวมทั้งร้านเมดคาเฟ (Maid Cafe) ที่เราจะได้เห็นสาวๆใส่ชุดคอสเพลย์มาให้บริการ ระหว่างที่เดินเล่นอยู่ที่อะคิฮะบะระก็จะเห็นสาวๆ ในชุดเมดออกมายืนแจกใบปลิวโฆษณาของร้านด้วย 

ร้านค้าในย่านนี้มีตั้งแต่ร้านใหญ่เป็นสิบชั้นซึ่งมักอยู่รอบสถานีรถไฟ JR ไปจนถึง ร้านค้าเล็กๆตามตรอกซอกซอยซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันตามไปด้วย โดยร้านค้าขนาดใหญ่ส่วนมากจะเป็นร้านปลอดภาษีซึ่งสามารถทําเรื่องคืนภาษีได้ที่ร้านโดยเตรียมพาสปอร์ตตอนชำระค่าสินค้าแล้วแจ้งกับทางร้านได้เลย

นอกจากนี้ยังเลยไปเที่ยวที่ย่าน Ryogoku ชมพิพิธภัณฑ์เอโดะและพิพิธภัณฑ์ซูโมะได้ด้วย

ร้านโยโดบะซิ (Yodobashi Akihabara)

ร้านโยโดบะซิ (Yodobashi Akihabara) หรือเรียกง่ายๆว่าร้าน Akiba ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ มีถึง 9 ชั้น แม้ว่าจะเป็นร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ แต่ที่สาขานี้ก็มีเกือบทุกอย่างที่เราใช้ในชีวิตประจําวัน เช่น เครื่องสําอาง เครื่องเขียน ของเล่น โมเดล ร้านรับอัดล้างรูป เกมต่างๆ จักรยาน แผ่นดีวีดี ร้านหนังสือ และร้านอาหารที่รวมอยู่ในตึกนี้ ที่ตั้งของร้านจะได้เปรียบเพราะอยู่เกือบติดสถานีรถไฟเลย มองหาง่ายและตึกใหญ่สังเกตเห็นได้ชัดเหมาะกับเป็นจุดนัดพบด้วย

ร้านของเล่น Radio Kaikan

ร้านขายของเล่น ของสะสม และฟิกเกอร์ มีทั้งหมดสามสาขาใหญ่ (ไม่รวมร้านค้าในเครือที่แยกออกไปอยู่ตามตึกต่างๆอีก) สาขาแรกหรือตึกหมายเลขหนึ่งนั้นอยู่เยื้องๆกับสถานีรถไฟ Akihabara ทางออก Electric Town (Denki Gai) มี 11 ชั้น (รวมชั้นใต้ดิน) ชั้นบนสุดเป็นพื้นที่จัดงาน ชั้นใต้ดินมีร้านอาหาร ร้านค้าซึ่งมีทั้งของใหม่และของมือสองมาขายกันให้เพียบ สําหรับนักสะสมตัวยงแล้วตึกนี้ไม่มีควรพลาดด้วยประการทั้งปวง

ร้านของเล่น Volks Akihabara Hobby Tenkoku

ร้านของเล่นทั้งของใหม่และมือสอง เป็นแหล่งรวมฟิกเกอร์และโชว์เคสที่วางขายโดยเจ้าของสินค้าโดยตรง ที่นี่เป็นอีกแห่งที่คนมาตามหาฟิกเกอร์และของเล่นที่ต้องการ ส่วนร้านค้ามี 6 ชั้น

ร้านลาออกซ์ (Laox Main Store)

ร้านขายเครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องสําอาง นาฬิกา ของเล่น ของฝาก และมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่สามารถนําไปใช้นอกประเทศญี่ปุ่น รวมทั้งเมืองไทยได้ด้วย (ไฟบ้านที่ญี่ปุ่นเป็น 110โวลต์ไทยใช้ 220โวลต์) โดยเป็นร้าน Duty Free สามารถทําเรื่องยกเว้นภาษีที่ร้านได้เลยเช่นเดียวกับร้านอื่นๆ เพียงแสดงพาสปอร์ตให้กับพนักงานตอนชําระเงินค่าสินค้า ที่นี่จะมีพนักงานที่พูดได้หลายภาษา สามารถใช้ภาษาอังกฤษได้ค่อนข้างสะดวกกว่าร้านอื่นอยู่สักหน่อย

 ร้านฟิกเกอร์ โคโตะบุกิยะ (KOTOBUKIYA)

นอกจากฟิกเกอร์ ของสะสมของคนรักอนิเมะญี่ปุ่นแล้ว Kotobukiya ยังขายของคาแรคเตอร์ใหม่ที่กําลังเป็นที่นิยมทั่วไปด้วย เช่น Rilakkuma, ตัวการ์ตูนจาก Ghibli Studio, Monster hunter และของเล่นสําหรับเด็กผู้หญิง ที่สาขานี้มีทั้งหมด 5 ชั้น แยกสินค้าตามประเภทต่างกันไป ชั้นบนสุดเป็นห้องจัดงาน Event พิเศษต่างๆ

ร้านอะคับ-โอ (Akiba-00)

มีสินค้าทุกอย่างตั้งแต่ของใช้ในบ้าน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น ของตกแต่งรถ ตกแต่งบ้าน ซึ่งเป็นสินค้านำเข้าจากประเทศจีน ราคาจึงไม่แพงและคุณภาพก็สมตามราคา แต่ถ้าจะหาซื้อของแปลกไปใช้เพื่อความบันเทิงหรือจะซื้อไปใช้ชั่วครั้งชั่วคราว ร้านนี้แนะนําว่าของถูกและของเยอะมาก แถมยังมีหลายสาขาโดยจะมีป้ายสีแดงเป็นจุดเด่นและพบเห็นได้ตลอดทางที่เดินเข้าตรอกซอกซอยในอะคิฮะบะระ

ร้านมันดาราเกะ (Mandarake)

ตึกใหญ่ 8 ชั้น เป็นร้านรับซื้อ-ขายของเล่นมือสองเกือบทุกอย่าง ตั้งแต่โมเดลรถไฟ ของเล่นสะสมจากดิสนีย์ ฟิกเกอร์ ตุ๊กตา DVD หนังสือ นิตยสาร ร้านนี้คนทั่วไปจะรู้จักในอีกชื่อหนึ่งว่า complex-mandarake เพราะขายหลายอย่างจริงๆ

นอกจากอะคิฮะบะระแล้ว Mandarake ยังมีอีกสามสาขาในโตเกียวคือที่ Nakano, Ikebukuro และ Shibuya

AKB48 Cafe’ & Shop Akihabara

ที่ที่พลาดไม่ได้สําหรับแฟนๆของนักร้องสาวกลุ่มนี้นอกจากจะมีสมาชิกมากที่สุดแล้ว AKB48 ยังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ เหล่าบรรดาแฟนคลับจะมาพบปะพูดคุยที่นี่ โดยจะแบ่งเป็นสีโซนคือ โรงหนัง (Theater Area) ร้านกาแฟและขนม (Cafe Area), ห้องส่วนตัว (Private Room) และร้านขายของที่ระลึก (Shop) นักท่องเที่ยวทั่วไปเข้าไปซื้อของได้ที่ร้านขายของที่ระลึก ส่วนโซนอื่นๆจะมีคิวยาวทุกวัน

 Gundam Cafe’

ร้านอาหารและเครื่องดื่มสําหรับสาวกกันดั้ม อนิเมะที่โด่งดังมากในประเทศญี่ปุ่นและได้รับความนิยมในประเทศไทยด้วย ที่ร้านจะมีอาหารและเครื่องดื่มบริการ โดยภายในร้านจะแบ่งเป็นที่นั่งสูบบุหรี่ (25 ที่นั่ง) และไม่สูบบุหรี่ (35 ที่นั่ง) รายการอาหารที่นี่ตอนเช้า กลางวัน และตอนเย็นจะต่างกัน มีเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์มาเพิ่มตอนเย็นและมี Shop เล็กๆสําหรับจําหน่ายของที่ระลึก

ด้านหน้าเป็นหน้าร้านขาย Gunpla Yaki (ขนมไส้ ถั่วแดง คัสตาร์ด และอื่นๆ เป็นรูปร่างกันดั้ม) บางเทศกาลมีซาลาเปารูปหน้าตาของกันดั้มทําออกมาขายด้วย

ร้านดองกี้ (Don Quijote)

ร้านขายของที่มีของทุกอย่างตั้งแต่ของใช้ในบ้าน กระเป๋าเดินทาง สินค้า แบรนด์เนม อาหาร และขนม เครื่องสําอาง อุปกรณ์กีฬา ไปจนถึงตู้เกม ซึ่งสาขานี้จะแปลกกว่าสาขาอื่นตรงที่ที่ชั้น 8 นั้นมีโรงละครหรือเวทีแสดงของนักร้องกลุ่ม AKB48 สถานที่ที่ทําให้นักร้องกลุ่มนี้มีชื่อเสียง เสมือนเป็นเวทีแรกของ AKB48 เลยก็ว่าได้ ปัจจุบันยังคงมีการแสดงเปิดเป็นรอบๆให้ชม และมีสินค้าประเภทคอสเพลย์ ของเล่น ของสะสม อีกมากมายที่นี่

ข้อควรระวัง

  • สินค้าที่ย่านอะคิฮะบะระ อาทิ เครื่องใช้ไฟฟ้า ควรดูด้วยว่าสามารถนําไปใช้ที่ประเทศที่ต้องการหรือเปล่า เพราะแต่ละประเทศใช้ไฟไม่เท่ากัน เช่น ญี่ปุ่นใช้ระบบไฟ 110 โวลต์ ประเทศไทยใช้ 220 โวลต์ แต่รับได้ถึง 240 โวลต์ ดังนั้นถ้าจะเอาเครื่องไฟฟ้าญี่ปุ่นมาใช้จริงๆก็ควรเป็นของที่กินไฟไม่มากนัก ต้องซื้ออะแดปเตอร์หรือตัวแปลงไฟบ้านจาก 220 ลงมาเป็น 110 โวลต์ด้วย ซึ่งที่ญี่ปุ่นมีให้เลือกมากแบบและรูปร่างกะทัดรัดน่าใช้กว่ามาซื้อบ้านเรา
  • สินค้าที่ขายมีทั้งผลิตในประเทศญี่ปุ่นเอง และนําเข้ามาจากต่างประเทศ เช่น จีน ควรตรวจสอบก่อนซื้อ รวมถึงให้ระวังสินค้าเลียนแบบ และสินค้าที่มีชื่อคล้ายคลึงกัน
  • สําหรับบางร้านสามารถต่อรองราคาได้ ซึ่งปกติแล้วทั่วไปตามร้านค้าของญี่ปุ่นจะไม่มีการต่อรองราคา ราคาไหนราคานั้น แต่ในย่านนี้ให้ลองดู
  • รับใบเสร็จและใบรับประกันทุกครั้ง (บางร้านใบเสร็จก็คือใบรับประกันในตัวเลย) ถ้าสินค้าเกิดมีปัญหาระหว่างที่อยู่ญี่ปุ่นจะทําให้เปลี่ยนสินค้าได้ไม่มีปัญหายุ่งยาก
  • ร้านค้าส่วนมากห้ามถ่ายรูปหรือวีดีโอในร้าน นักท่องเที่ยวมักจะเห็นอะไรแปลกใหม่ที่นี่ก็อยากถ่ายเป็นที่ระลึกแต่สินค้าบางอย่างมีลิขสิทธิ์
  • สินค้าบางอย่างบางร้านมีรุ่นไม่เหมือนกับที่ขายในเมืองไทย อาจเป็นคนละรุ่นย่อยเฉพาะขายในญี่ปุ่นคือ Japanese หรือ domestic model ที่ไม่เหมือนบนเว็บ ก่อนซื้อให้ดูสเป็คและของจริงให้ละเอียด