Featured

มารู้จักกับประเทศญี่ปุ่นกันเถอะ

ญี่ปุ่นทั้งประเทศมีประชากรประมาณ 130 ล้านคนหรือสองเท่าของประเทศไทย แต่ความที่พื้นที่ส่วนมากเป็นภูเขา มีที่ราบอยู่เป็นส่วนน้อย ผู้คนก็เลยมากระจุกตัวกันหนาแน่นอยู่ตามที่ราบหรือหุบเขาต่างๆซึ่งรวมไปถึงริมทะเลด้วย กรุงโตเกียวก็เป็นส่วนหนึ่งของที่ราบที่เรียกว่า ที่ราบคันโต (Kanto) โดยตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลด้านชายฝั่งตะวันตกและอยู่ทางตอนกลางของประเทศ บนเกาะหลักใหญ่สุดของประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า เกาะฮอนชู Continue reading “มารู้จักกับประเทศญี่ปุ่นกันเถอะ”

Featured

สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวและรอบๆ

ถ้าจะไปญี่ปุ่น โตเกียวเป็นเมืองแรกๆที่หลายคนนึกถึง เพราะเป็นเมืองหลวงจึงเป็นจุดศูนย์กลางที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นเดินทาง ซึ่งเราได้รวบรวมสถานที่ท่องเที่ยวในโตเกียวมาแนะนำไว้มากที่สุด ตั้งแต่ย่านดังอย่างอาสะกุสะ ชินจุกุ ชิบุยะ ฮะระจุกุ กินซ่า อะคิฮะบะระ และอื่นๆ ไปจนถึงรอบนอกที่อ่จจะไม่ค่อยคุ้นหูนัก เช่น คิจิโจจิ โคเอนจิ นากาโนะ เป็นต้น Continue reading “สถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวและรอบๆ”

CHUBU: Part 1 รู้จักกับทะเลสาบทั้งห้าแห่งใน’ภูมิภาคชูบุ’ ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ

– CHUBU (ภูมิภาคชูบุ)-

ภูมิภาคชูบุตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สําคัญของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ใหญ่สุด และมีความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมทําให้ได้รับความนิยมในการมาท่องเที่ยวมากในปัจจุบัน

  • FUJI FIVE LAKES (FUJI-GOKO)

Fuji Five Lakes คือชื่อเรียกทะเลสาบทั้งห้าแห่งที่เกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟในอดีต ประกอบด้วย ทะเลสาบคะวะงุชิ (Lake Kawaguchi) ทะเลสาบโซ (Lake Sai) ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoii) ทะเลสาบโมะโตะ (Lake Motosu) และทะเลสาบยะมะนะกะ (Lake Yamanaka) ซึ่งทั้งห้าทะเลสาบต่างก็มีจุดชมทัศนียภาพของฟูจิซังที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง

– LAKE KAWAGUCHI

ทะเลสาบคะวะงุชินั้นเป็นเหมือนศูนย์กลางของทะเลสาบทั้งห้า ทั้งการคมนาคม ที่พัก  และสถานที่ท่องเที่ยวที่หลากหลาย ทําให้ในแต่ละปีมีนักท่องเที่ยวจํานวนมากเดินทางมาชมความงดงามของฟูจิซังที่ทะเลสาบแห่งนี้

ทะเลสาบคะวะงุชิเป็นทะเลสาบที่สวยงามในทุกฤดู โดยเฉพาะในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่บริเวณรอบทะเลสาบจะเต็มไปด้วยดอกซากุระสีชมพูสดใส ในขณะที่ฤดูใบไม้ร่วงก็มีสีสันด้วยใบไม้หลากสี จุดถ่ายภาพฟูจิซังคู่กับฉากหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละฤดูก็คือ บริเวณเลียบชายฝั่งทางเหนือของทะเลสาบ

TIPS:
ถ้ามีขาตั้งกล้องและมีความรู้เรื่องการถ่ายภาพแบบ Long Exposure บ้าง การออกมาถ่ายภาพฟูจิซังตอนช่วง ค่ำาคืนก็เป็นความท้าทายทีเดียว เพราะภาพของฟูจิซังที่ได้จะให้ความรู้สึกแตกต่างจากช่วงกลางวัน
• ในเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม คืนที่ท้องฟ้าแจ่มใส และไม่มีเมฆหมอกมากวนใจ เราจะได้ภาพทางช้างเผือกที่ปรากฏอยู่เบื้องบนของฟูจิซังได้

BEST VIEW: วิวของฟูจิซังจากภูเขาเทนโจ (Mount Tenjo) ถือเป็นอีกไฮไลต์ที่น่าสนใจ สําหรับใครที่มีเวลาไม่มากนัก แนะนําให้มาชมวิวของฟูจิซังที่จุดชมวิว

เมืองฟูจิคะวะงุชิโกะ จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง: จากสถานี Shinjuku นั่งรถไฟสาย Ltd. Exp Azusa หรือ Ltd. Exp Kaiji ลงที่สถานี Otsuki (ประมาณ 55 นาที) จากนั้นต่อรถไฟ Fujikyu Railway ลงที่สถานี Kawaguchiko (ประมาณ 50 นาที) Jr Rail Pass นั่งได้ฟรีถึงแค่สถานี Otsuki ในส่วนของรถไฟ Fujikyu Railway ต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม หรือจากสถานี Shinjuku นั่งรถบัส Keio Highway Bus ไปลงที่ Kawaguchiko ได้เลย ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที
• การเดินทางไปภูเขาเทนโจ จากสถานีรถไฟ Kawaguchiko นั่งรถ Retro Bus ลงป้ายที่ 10 (Yuransen Ropeway Iriguchi) แล้วนั่งกระเช้า Kachi Kachi Ropeway ขึ้นไปยังจุดชมวิว
• การเดินทางรอบทะเลสาบ นั่งรถ Retro Bus ลงตามป้ายต่าง ๆ
ค่าใช้จ่าย: ทะเลสาบ ฟรี /กระเช้า Kachi Kachi Ropeway 700 เยน
เว็บไซต์: www.fujisan.ne.jp/index_e.php

-LAKE SAI

ทะเลสาบโซเป็นทะเลสาบที่มีบรรยากาศเงียบสงบ และอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบคะวะงุชิมากนัก ที่นี่อาจดูเหมือนไม่มีอะไรพิเศษแต่จริงๆแล้วมีจุดท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะถ้ำที่เกิดจากการระเบิดของฟูจิซึ่ง ในอดีตซึ่งกระจายตัวอยู่บริเวณป่าอะโอะกิงะฮะระ (Aokigahara Forest)

นอกนั้นทางด้านตะวันตกของทะเลสาบแห่งนี้ยังเป็นที่ตั้งของไซโกะอิยะชิโนะซาโตะเน็นบะ  (Saiko Iyashino-Sato Nenba) หมู่บ้านญี่ปุ่น รักษาวัฒนธรรม และการดําเนินชีวิตแบบญี่ปุ่นสมัยเก่าไว้อย่างครบถ้วน

ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ใบไม้รอบบริเวณป่าอะโอะกิงะฮะระจะพร้อมใจกันเปลี่ยนสีไปทั่วบริเวณ ไม่ควรพลาดขึ้นไปเก็บภาพพานอรามาของฟูจิซัง และแนวป่าโดยรอบจากจุดชมวิวโคะโยะได

BEST VIEW: ทางใต้ของทะเลสาบไซมีภูเขาลูกเล็กๆ ที่ชื่อโคะโยะได (Koyodai) ซึ่งเป็นจุดชมวิวฟูจิซังในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงามมากที่สุดแห่งหนึ่ง การขึ้นไปยังจุดชมวิวด้านบนทําได้ทั้งการขับรถหรือเดินเขาขึ้นไป ด้านบนจุดชมวิวจะเห็นวิวแบบพานอรามาของฟูจิซัง และสถานที่ต่างๆรอบบริเวณทะเลสาบทั้งห้าได้เกือบทั้งหมดเลยทีเดียว

เมืองฟูจิคะวะงุชิโกะ จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง: นั่งรถ Retro Bus สาย Kawaguchiko-Saiko จากสถานี Kawaguchiko โดยรถจะวิ่งผ่านแทบทุกจุดท่องเที่ยวในบริเวณทะเลสาบไซ ซึ่งรวมไปถึงหมู่บ้านไซโกะอิยะชิโนะซาโตะเน็นบะด้วย
เวลาทำการ:  หมู่บ้านไซโกะอิยะชิโนะซาโตะเน็นบะ
เมษายน – พฤศจิกายน เปิด 9.00 – 17.00 น. และธันวาคม – มีนาคม เปิด 9.30 – 16.30 น. จุดชมวิว โคะโยะได เปิด 8.30 – 17.00 น.
ช่วงปลายตุลาคม พฤศจิกายน เปิด 7.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ทะเลสาบ ฟรี/จุดชมวิวโคะโยะได 150 เยน/
หมู่บ้านไซโกะอิยะชิโนะซาโตะเน็นบะ 350 เยน

– LAKE SHOJI

ทะเลสาบโชจิเป็นทะเลสาบเล็กที่สุดจากทั้งห้าทะเลสาบ มีบรรยากาศเงียบสงบ และยังคงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติไว้อย่างเต็มเปี่ยม รอบบริเวณโอบล้อมด้วยหุบเขาสูง ในฤดูใบไม้ร่วงถือเป็นช่วงที่สวยที่สุดของทะเลสาบโชจิเลยก็ว่าได้ เราจะได้เห็นภาพของหุบเขาเปลี่ยนสีเป็นเหลือง ส้ม และแดง สร้างสีสันที่สวยงามทั่วทั้งหุบเขา

BEST VIEW : จุดชมวิวฟูจิซังที่ทะเลสาบโชจินั้น ไม่ต้องเดินไปไหนไกล เพราะอยู่บริเวณ ชายหาดด้านบนของทะเลสาบซึ่งใกล้ เพียงข้ามถนนเท่านั้น กับโรงแรมและป้ายรถบัส เพียงแค่เดิน

เมืองฟูจิคะวะงุชิโกะ จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง: นั่งรถ Fujikyu Bus จากสถานี Kawaguchiko 
ป้ายที่ 3 (เส้นทางที่จะไปสถานี Shin-fuji) ลงที่สถานี Motosuko-Iriguchi (ประมาณ 25-40 นาที)  ค่าโดยสาร 1,100 เยน ลงที่บริเวณด้านชายฝั่งด้านเหนือ ของทะเลสาบ
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

– LAKE MOTOSU

ทิวทัศน์ของเมืองฟูจิซังที่ทะเลสาบมะโตะซุได้รับเลือกให้พิมพ์ลงบนธนบัตรใบละ 1,000 เยนในปัจจุบัย และธนบัตร 5,000 เยนแบบเก่า การันตีได้ถึงความงดงามของฟูจิซังที่มองเห็นได้จากทะเลสาบแห่งนี้ หากมีโอกาสได้มาเยือนฟูจิซังที่ทะเลสาบโมะโตะซุก็ไม่ควรพลาด หยิบธนบัตร 1,000 เยน ออกมาเทียบกับภาพที่เห็นตรงหน้าด้วย

ทะเลสาบโมะโตะซูเป็นทะเลสาบที่ลึกติดอันดับต้นๆของญี่ปุ่น และลึกที่สุดจากทั้งห้าทะเลสาบ รอบบริเวณมีจํานวนของ สิ่งก่อสร้างหรือบ้านเรือนที่อยู่อาศัยไม่มากนัก ทําให้ที่นี่ยังคง มีธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ การเดินทางมาทะเลสาบแห่งนี้ ค่อนข้างลําบาก เพราะรถบัสที่วิ่งผ่านมีจํานวนน้อยมากในแต่ละวัน และส่วนมากก็จอดแค่เพียงบริเวณทางเข้าทะเลสาบเท่านั้น

Fuji Shibazakura Festival หรือเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ (ดอกพิงค์มอสส์) จัดขึ้นทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายนถึงปลายเดือน พฤษภาคม จุดเด่นของเทศกาลนี้คือ ภาพของฟูจิซังที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางสีชมพูสดใสของดอกพิงค์มอสส์ ถ้ามาเยือนทะเลสาบโมะโตะซุในช่วงเวลาของเทศกาลก็ไม่ควรพลาดไปเก็บภาพความประทับใจนี้

เมืองฟูจิคะวะงุชิโกะ จังหวัดยะมะนะชิ
 การเดินทาง: วิธีที่ดีที่สุดคือการเช่ารถยนต์ขับหรือนั่งรถ Fujikyu Bus จากสถานี Kawaguchiko ป้ายที่ 3 (เส้นทางที่จะไปสถานี Shin-fuji) ลงที่สถานี Motosuko-Iriguchi จากนั้นเดินเท้าเข้าไปยังทะเลสาบ (จุดชมวิวห่างออกไปประมาณ 3 กิโลเมตร)
• การเดินทางไปเทศกาลชมดอกชิบะซากุระ นั่งรถ Shuttle Bus(ให้บริการเฉพาะช่วงเทศกาล) จากทะเลสาบคะวะงุชิ ประมาณ 30 นาที
ค่าใช้จ่าย: ทะเลสาบ ฟรี
เทศกาลชมดอกชิบะซากุระ 520 เยน
เว็บไซต์: www.shibazakura.jp/eng

-LAKE YAMANAKA

ทะเลสาบยะมะนะกะเป็นทะเลสาบที่มีนาดใหญ่ที่สุดจากทั้งห้าทะเลสาบที่กล่าวมาข้างต้น ตั้งอยู่ในตําแหน่งที่สูงกว่าทะเลสาบอื่นๆ ทําให้อากาศที่นี่ค่อนข้างหนาว นอกจากนี้การที่ทะเลสาบนี้อยู่ใกล้กับฟูจิซังมากที่สุด ทำให้ขนาดของฟูจิซังที่มองเห็นได้จากที่นี่มีขนาดใหญ่โต และมีรูปทรงที่แตกต่างจากทะเลสาบอื่นๆค่อนข้างมาก

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของทะเลสาบยะมะมะกะก็คือ ภาพของหงส์สีขาวจํานวนมากฃที่อาศัยอยู่รอบบริเวณทะเลสาบเกิดเป็นภาพจําที่คุ้นตา และเป็นสาเหตุที่ทําให้ทะเลสาบแห่งนี้มีชื่อว่า Swan lake นั่นเอง 

BEST VIEW: Panorama-dai คือจุดชมวิวที่อยู่ ระหว่างทางขึ้นเขาด้านตะวันออกเฉียงใต้ ของทะเลสาบ จากตรงนี้จะเห็นวิวของฟูจิซัง และทะเลสาบยะมะนะกะแบบพานอรามาได้อย่างสวยงาม

ในเดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์จะมีปรากฏ การณ์ไดมอนด์ฟูจิ (Diamond-Fuji) คือ การที่ดวงอาทิตย์ตกลงบนปากปล่องฟูจิซังพอดี ทําให้เกิดแสงแฉกที่สวยงามบนยอดของฟูจิซัง โดยจะมีวัน เวลา และสถานที่ เกิด แจ้งอยู่ในเว็บไซต์ www.vill.yama nakako.yamanashi.jp/ ของทะเลสาบ ยะมะนะกะ

TIP: ถ้าต้องการเก็บภาพของปรากฏการณ์ไดมอนด์ฟูจิลําพังเพียงแค่รู้วัน และเวลาอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องอาศัยความอดทนด้วยควรไปรอ ณ สถานที่นั้น ๆ ก่อนเวลา 2-3 ชั่วโมงเพื่อจับจองทําเลถ่ายภาพ เนื่องจากมีช่างภาพจํานวนมากที่ต่างก็มีจุดมุ่งหมายเดียวกันกับเรา

 เมืองฟูจิคะวะงุชิโกะ จังหวัดยะมะนะชิ 
การเดินทาง: จากโตเกียวมีรถ Highway Bus ที่สถานี Shinjukuและสถานี Tokyo ลงที่ป้าย Asahigaoka หรือป้าย Hotel Mt.Fuji Iriguchi หรือนั่งรถบัส Fujikyuko Bus จากสถานี Kawaguchiko ป้ายที่ 2 (ปลายทาง Gotemba-Mishima)
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
เว็บไซต์: www.vill.yamanakako.yamanashi.jp

ติดตาม: CHUBU: Part 2 แนะนำสถานที่เที่ยวใน ‘ภูมิภาคชูบุ’ ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ

CHUBU: Part 2 แนะนำสถานที่เที่ยวใน ‘ภูมิภาคชูบุ’ ที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ

– CHUBU (ภูมิภาคชูบุ)-

ภูมิภาคชูบุตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศเป็นที่ตั้งของภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่สําคัญของประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นภูมิภาคที่ใหญ่สุด และมีความหลากหลายทางด้านภูมิศาสตร์ และวัฒนธรรมทําให้ได้รับความนิยมในการมาท่องเที่ยวมากในปัจจุบัน

  • CHUREITO PAGODA

เรอิโตะ คือเจดีย์สีแดงที่คุ้นตาชาวไทยเป็นอย่างดีตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของศาลเจ้าอะราคุระเซ็นเงิน (Arakura Sengen Shrine) นอกจากประวัติศาสตร์ทางพระพุทธศาสนาที่ยาวนานแล้ว ที่นี่ยังเป็นจุดชมวิวฟูจิซังที่โด่งดัง และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากช่างภาพทั่วทุกมุมโลก

BEST VIEW: จุดชมวิวของที่นี่อยู่บริเวณด้านบนสุดของศาลเจ้า ซึ่งต้องออกแรงเดินขึ้นบันไดกว่า 400 ขั้น กว่าจะเดินขึ้นไปถึงก็เล่นเอาเหนื่อยเลยทีเดียวแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะที่จุดชมวิวจะมองเห็นวิวเมืองฟูจิโยชิดะ (Fujiyoshida) รวมไปถึงวิวของฟูจิซังได้อย่างชัดเจน นับเป็นจุดชมวิวฟูจิซังที่ได้รับความนิยมมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัด

 เมืองฟูจิโยชิดะ จังหวัดยะมะนะชิ
การเดินทาง: จากสถานี Kawaguchiko นั่งรถไฟขบวนที่ไปสถานี Otsuki ลงที่สถานี Shimo-Yoshida จากนั้นเดินขึ้นเหนือ (จะมีป้ายบอกทางเป็นระยะ) เดินขึ้นบันไดราว 400 ขั้น จากบริเวณด้านหน้าวัดจนถึงเจดีย์ด้านบน 9
เวลาทำการ: จุดชมวิวเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • LAKE TANUKI

ทะเลสาบทะนุกิเป็นทะเลสาบเล็กๆที่อยู่ทางตะวันตกของฟูจิซัง เกิดขึ้นจากการขุดลอกบึงที่แห้งขอดเพื่อนําน้ำมาใช้ในการเกษตร แม้จะเป็นทะเลสาบที่มีขนาดเล็ก แต่วิวของฟูจิซึ่งที่นี่กลับสวยงาม ม่แพ้ในบริเวณทะเลสาบทั้งห้าเลยทีเดียว

กลางเดือนเมษายน และกลางเดือนสิงหาคมจะมีวันที่เกิดปรากฏการณ์ไดมอนด์ฟูจิที่พระอาทิตย์ขึ้นจากปากปล่องของฟูจิซัง และด้วยธรรมชาติของน้ำในทะเลสาบทะนุกิที่ค่อนข้างสงบนิ่งจึงทําให้เกิดเงาสะท้อนได้ง่ายกว่าที่ทะเลสาบอื่น เราเรียกปรากฏการณ์เงาสะท้อนของแสงจากดวงอาทิตย์ที่อยู่บนยอดฟูจิซังนี้ว่า ดับเบิลไดมอนด์ฟูจิ (Double Diamond Fuji)

BEST VIEW: จุดชมวิวฟูจิซังที่ทะเลสาบแห่งนี้อยู่บริเวณฝั่งตะวันตกของทะเลสาบ เวลาดีที่สุดในการถ่ายภาพก็คือช่วงเช้ามืด เพราะแสงของดวงอาทิตย์จะสว่างจากทางด้านหลังของฟูจิซัง ท้องฟ้าโดยรอบจะมีสีส้มแดงตัดกับภาพเงาทึบของฟูจิซัง

เมืองฟุจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: จากสถานี Fujinomiya นั่งรถบัส FujiKyuko ลงป้าย Tanuki-ko แล้วเดินเข้าไปยังทะเลสาบ
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • SHIRAITO FALLS

น้ำตกชิระอิโตะอยู่ในบริเวณอุทยานแห่งชาติฟูจิฮะโกะเนะอิซุ (Fuji-Hakone-lzu National Park) เช่นเดียวกับทะเลสาบทั้งห้า และได้ชื่อว่าเป็นน้ำตกที่มีความสวยงามติดอันดับ 1 ใน 100 ของน้ำตก ในประเทศญี่ปุ่น น้ำที่ไหลลงมาเบื้องล่างเป็นน้ำแร่ซึ่งมาจากภูเขาไฟ ว่ากันว่าน้ำตกแห่งนี้เกิดขึ้นจากการระเบิดของฟูจิซึ่งในอดีตนั้นเอง

BEST VIEW: บริเวณด้านในสุดจะเห็นความสวยงามของน้ำตกชิระอิโตะแบบพานอรามา ซึ่งมีความกว้างถึง 150 เมตรทีเดียว ต้องใช้เลนส์มุมกว้างถึงจะเก็บภาพทั้งหมดของน้ำตกได้

เมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: นั่งรถบัสจากสถานี Fujinomiya ลงที่ป้าย Shiraito no Taki ประมาณ 30 นาที
ค่าใช้จ่าย: ค่าที่จอดรถ 500 เยน
เว็บไซต์: www.city.fujinomiya.shizuoka.jp/kankou/meisho/shiraito.htm

  • NIHONDAIRA

เนินนิฮงไดระตั้งอยู่บนภูเขาอโดะ (Mount Udo) มีขนาดบริเวณที่กว้างใหญ่มาก ประกอบไปด้วย สถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น สวนสัตว์นิฮงไดระ ศาลเจ้าเก่าแก่คุโนซัง โทโชกุ (Kunozan Toshogu Shrine) เป็นต้น

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิเราจะได้เห็นภาพของต้นชาสีเขียวขจีเรียงกันเป็นแนวยาวไปทั่วบริเวณ นับเป็น โอกาสอันดีที่จะเก็บภาพของฟูจิซังซึ่งถูกโอบล้อมด้วยไร่ชาเขียว

BEST VIEW: นอกจากจังหวัดชิซุโอะกะจะเป็นจังหวัดที่มีการปลูก และส่งออกชาเขียวมากที่สุดในญี่ปุ่นแล้ว ยังเป็นบ้านอีกหลังหนึ่งของฟูจิซังด้วย (อีกจังหวัดคือยะมะนะชิ) ภาพของฟูจิซัง ที่มีฉากหน้าเป็นไร่ชาเขียวจึงเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สําคัญของที่นี่ ซึ่งเก็บภาพความประทับใจนี้ได้บริเวณด้านบนสุดของเนินนิฮงไดระนั่นเอง

เมืองชิซุโอะกะ จังหวัดชิซุโอะกะ

การเดินทาง: จากสถานี Shizuoka นั่งรถบัส Shizuoka-Nihondaira-senลงที่ป้าย Nihondaira ใช้เวลาประมาณ 35 นาที
ค่าใช้จ่าย: จุดชมวิว ฟรี
เว็บไซต์:  www.shizuoka-cvb.or.jp

  • MIHO BEACH

หาดทรายสีดําบนคาบสมุทรมิโฮะที่มีป่าสนดึกดําบรรพ์ทอดยาวไปตลอดแนวชายฝั่งกว่า 7 กิโลเมตร ถือเป็นป่าสนที่ใหญ่ที่สุดหนึ่งในสามของญี่ปุ่น นอกจากนั้นบริเวณนี้ ยังเป็นฉากในตํานานเก่าแก่ของญี่ปุ่นเรื่อง Hagoromo-no Matsu (The pine of Hagoromo) อีกด้วย

BEST VIEW: พ้นจากแนวของป่าสนที่ทอดยาวตลอดชายฝั่งจะปรากฏภาพของฟูจิซังที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหลัง นับเป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวฟูจิซังที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของจังหวัดชิซุโอะกะเลยทีเดียว

เมืองชิมิซุ จังหวัดชิซุโอะกะ
การเดินทาง: จากสถานี JR Shimizu นั่งรถบัสสาย Tokai Daigaku Miho Suizokukan ไปลงที่ป้าย Miho Matsubara Iriguchi (ประมาณ 24 นาที) แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
ค่าใช้จ่าย: ฟรี

  • SHIRAKAWA VILLAGE

ชิระคะวะ หมู่บ้านมรดกโลกที่มีชื่อเสียง มากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นด้วยภาพจําของบ้านเรือนรูปทรงแบบกัชโชซุคุริ หรือหลังคาสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ประกอบกับธรรมชาติแสนบริสุทธิ์ท่ามกลางหุบเขา ทําให้หมู่บ้านแห่งนี้เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วโลก

ช่วงเสาร์-อาทิตย์ของเดือนมกราคม และกุมภาพันธ์ของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลประดับไฟ หรือ Winter light-up โดยนำสปอร์ตไลต์ยิงเข้าใส่หิมะที่ทับถมอยู่บนหลังคา ทำให้เกิดสีสันสวยงามน่าประทับใจไปทั่วบริเวณหมู่บ้าน

TIP: ถ้าต้องการถ่ายภาพมุมกว้างของหมู่บ้านในช่วงเทศกาล Winter Light – up ที่จุดชมวิวชิโระยะมะ แนะนําว่าให้เลือกพักที่หมู่บ้านเลย และขึ้นไปรอที่จุดชมวิวตั้งแต่ช่วงบ่าย เพราะจะมีช่างภาพ และนักท่องเที่ยวจํานวนมากที่มีเป้าหมายเดียวกันกับเรา ควรแต่งตัวให้อบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทําได้ เพราะอากาศในช่วงนั้นอาจจะต่ํากว่า 0 องศา เซลเซียสที่เดียว

BEST VIEW: จากจุดชมวิวชิโระยะมะ (Shiroyama) ที่อยู่บนเขาทางด้านเหนือจะเห็นหมู่บ้านชิระคะวะได้ทั้งหมด ภาพของหมู่บ้านที่ถูกโอบล้อมด้วยหุบเขามีความสวยงามแตกต่าง กันไปในแต่ละฤดูกาล

หมู่บ้านชิระคะวะ จังหวัดกิฟุ 
การเดินทาง: จาก Takayama หรือ Kanazawa นั่งรถ Nohi Bus/Hokutetsu สาย Takayama หรือ Kanazawa ลงที่ป้าย Nohi Bus Stop
เวลาทำการ: ช่วงเทศกาล Winter Light-up เริ่มเปิดไฟตั้งแต่ 17.00 น. เป็นต้นไป เว็บไซต์: http://shirakawa-go.org/en

  • JAPAN ALPS

เจแปนแอลป์เป็นกลุ่มเทือกเขาขนาดใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่กว่า 6 จังหวัด ในภูมิภาคชูบุ ได้แก่ นึ่งะตะ นะงะโนะ โทะยะมะ กิฟู ยะมะนะชิ และชิซุโอะกะ โดยแบ่งออกเป็นสามส่วนคือ แอลป์ตอนเหนือ หรือเทือกเบาฮิดะ (Hida “Mountains) ส่วนที่สองคือ แอลป์ตอนกลาง หรือเทือกเบาคิโสะ (KISO * Mountains) และท้ายสุดคือแอลป์ตอนใต้ หรือเทือกเขาอะกะอิชิ (Akaishi Mountains)

– NORTHERN ALPS

แอลป์ตอนเหนือเป็นบริเวณที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยเฉพาะเส้นทางแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะ (Tateyama Kuro Alpine Route) ที่ตัดผ่านภูเขาทาเตยะมะ ณ ระดับความสูง 2,450 เมตร ซึ่งจะเปิดในช่วงกลางเดือนเมษายนของทุกปี ด้วยบริการขนส่งสาธารณะที่สะดวกสบายตลอดเส้นทาง ทําให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

กลางเดือนเมษายนจนถึงเดือนมิถุนายนถือเป็นช่วงไฮไลต์สําคัญของที่นี่ เนื่องจากจะมีกําแพง หิมะ (Yuki-no-Otani) อันสูงใหญ่ให้ได้ชมกัน ซึ่งในช่วงแรกที่เปิดเส้นทาง (กลางเดือนเมษายน) กําแพงหิมะนี้จะมีความสูงราว 20 เมตรเลยที่เดียว

BEST VIEW: ในระหว่างเส้นทางของแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะนั้น มีจุดท่องเที่ยวที่สวยงาม มากมาย บริเวณเขื่อนคุโรเบะก็เป็นอีกหนึ่งจุดที่แสดงให้เห็นถึงการผสมผสานกัน ระหว่างสิ่งก่อสร้างที่เกิดจากฝีมือมนุษย์ และธรรมชาติอันแสนยิ่งใหญ่ ในบริเวณนี้จะมีความสวยงามแตกต่างกันไปตามฤดูกาล

จังหวัดนะงะโนะ โทะยะมะ กิฟุ และนีงะตะ
การเดินทาง: เส้นทางแอลป์ทาเตยะมะคุโรเบะเริ่มต้นได้จากสองฝั่ง คือ
1. ฝั่งโทะยะมะ นั่งรถไฟเอกชน Dentetsu Toyama (ติดกับ JR Toyama) สาย Toyama Chino Railway Tateyama ลงสถานี Tateyama
2. ฝังโอะกิซะวะ นั่งรถบัสจากสถานี Shinano Omachi ลงสถานี ogizawa
ค่าใช้จ่าย: เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine Route (One way)
จากฝั่ง Toyama ไป Ogizawa รวมทั้งหมด 9,140 เยน (หรือจาก Ogizawa ไปยัง Toyama ก็ราคาเท่ากัน)
เว็บไซต์: la www.alpen-route.com/en

– CENTRAL ALPS
แอลป์ตอนกลางอยู่ในบริเวณของจังหวัดนะงะโนะ แม้ว่าไม่ได้มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมเท่ากับแอลป์ตอนเหนือแต่ที่นี่ก็เป็นที่ตั้งของโรงแรมเซนโจจิก (Senioiki Hotel) ที่ได้ชื่อว่าเป็นโรงแรมอยู่สูงที่สุดในญี่ปุ่น (2,612 เมตร) บนภูเขาโคมะงะตะก= (19น Komagatake) เหมาะสําหรับผู้ที่อยากมาชื่นชมความงดงามของเทือกเขาแอลป์แบบเงียบสงบและไม่วุ่นวาย

BEST VIEW: ในวันที่อากาศแจ่มใสจากบริเวณหน้าโรงแรมเซนโจจิกิจะเห็นเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ได้ทั้งหมด และยังเห็นยอดของฟูจิซังที่โผล่พ้นแนวเขาขึ้นมาอีกด้วย

 จังหวัดนะงะโนะ
การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Iida Line ลงสถานี Komagane จังหวัดนะงะโนะ
จากนั้นต่อรถบัสหน้าสถานีไปลงที่ป้าย Shirabidaira Station ที่ความสูง 1,662 เมตร จากนั้นต่อรถกระเช้า Komagatake Ropeway ขึ้นไปที่ Senjojiki Station ที่ความสูง 2,612 เมตรเดินออกจาก Ropeway ก็คือส่วนของบริเวณโรงแรมเซนโจจิกิทันที
ค่าใช้จ่าย: ค่ากระเช้า Komagatake Ropeway ไป-กลับ 
ผู้ใหญ่ 2,260 เยน เด็ก 1,130 เยน เว็บไซต์: www.chuo-alps.com/en

  • NAGOYA CASTLE

ปราสาทประจําเมืองนะโงะยะ จุดเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ สีขาว – เบียวที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว และด้านบนหลังคา มีสัญลักษณ์ของปลาหัวเสือสีทอง (Kinshachi) ซึ่งเชื่อกันว่า เป็นเครื่องรางที่ช่วยป้องกันอัคคีภัยได้

BEST VIEW: บริเวณคูน้ำรอบปราสาท คือจุดถ่ายภาพของปราสาท นะโงะยะได้อย่างสวยงาม และไม่ติดผู้คนที่เดินผ่านไปมา แต่อาจจะต้องอาศัยเลนส์มุมกว้างสักนิด เพื่อเก็บความ ใหญ่โตของปราสาทให้ได้ทั้งหมด ในฤดูใบไม้ผลิ บริเวณรอบปราสาท จะเต็มไปด้วยดอกซากุระที่เบ่งบาน สร้างสีสันให้กับตัวปราสาทดูสวยนุ่ม ละมุนมากขึ้น

เมืองนะงะโนะ จังหวัดไอชิ
การเดินทาง: จากสถานี Nagoya นั่งรถบัส Me-guruหรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย Sakura-dori ลงสถานี Hisaya-Odori แล้วเปลี่ยนไปสาย Meijo ลงที่สถานี Shiyakusho (City Hal)เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: 9.00 – 16.30 น. ตัวปราสาทปิด 16.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก ฟรี
เว็บไซต์: www.nagoyajo.city.nagoya.jp

KANTO :Part 2 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!

– KANTO (ภูมิภาคคันโต) –

คันโตเป็นภูมิภาคที่มีความสําคัญ และเป็นที่ตั้งของมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ ประเทศญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางความ เจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ การศึกษา อย่างไรก็ตาม ภูมิภาคนี้ยังคงไว้ ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และสถานที่ ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

  • TOKYO SKYTREE

หอคอยสูงที่สุดในโลกในปัจจุบัน (พ.ศ. 2558) จุดชมวิวด้านบนจะเห็นเมืองโตเกียวได้โดยรอบ โดยเฉพาะในวันที่อากาศแจ่มใสไม่มีหมอก และควันบดบังทัศนียภาพจะมองเห็นภูเบาไฟฟูจิที่อยู่ไกลออกไปได้อย่างชัดเจน

BEST VIEW: ด้วยความสูงถึง 634 เมตร จึงทําให้เรามองเห็นหอคอยแห่งนี้ได้จากบริเวณต่างๆ ในโตเกียวแต่จุดที่เห็นความสวยงามของ Tokyo Skytree ได้ดีที่สุดอยู่ที่บริเวณริมแม่น้ำสุมิดะ ภาพของหอคอยสีส้มตัดม่วงที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางแสงไฟจากถนนหนทาง นับเป็นภาพที่สวยงามแปลกตามากทีเดียว

ว่ากันว่าฤดูหนาวเป็นช่วงที่ท้องฟ้าปลอดโปร่งที่สุดนับเป็นโอกาสอันดีที่จะขึ้นไปเก็บภาพ
กว้างๆของเมืองโตเกียว และถ้าโชคดีอาจได้ภาพของฟูจิซังที่อยู่ไกลออกไปด้วย

ย่านสุมิตะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Tobu Skytree Line จากสถานี Asakusa ลงสถานี Tokyo Skytree
นั่งรถเพ Toei Asakusa Line หรือ Tokyo Metro Hanzomon Line ลงสถานี Oshiage 
ค่าใช้จ่าย: จุดชมวิว 350 เมตร ผู้ใหญ่ 2,060 เยน, 12-17 ปี 1,540 เยน, 6-11 ปี 930 เยน และ 4-5 ปี 310 เยนเมตร
จุดชมวิว 450 เมตร จ่ายเพิ่ม ผู้ใหญ่ 510 เยน, 12 – 17 ปี 410 เยน,   6-11 ปี 260 เยน
และ 4- 5 ปี 150 เยน
เวลาทำการ: 8.00 – 22.00 น.
เว็บไซต์: www.Tokyo-skytree.jp/en

  • MORI TOWER

เป็นอาคารสูงที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านรปปงงที่ชั้น 52 เป็น จุดชมวิวภายในอาคารในขณะที่ชั้น 54 นั้นเป็นจุดชมวิวบนดาดฟ้า และเป็นลานจอดเฮลิคอปเตอร์ด้วย เช่นเดียวกับตึก และหอคอยอื่นๆที่ในฤดูหนาวท้องฟ้าจะปลอดโปร่งมากที่สุด ฝั่งด้านตะวันตกเฉียงใต้ของดาดฟ้าชั้น 54 จะมองเห็นบริเวณของย่านชิบูยาไกลไปจนถึงฟูจิซังเลยทีเดียว

BEST VIEW: ถ้าเปรียบเทียบวิวยามค่ำาคืนที่ถ่ายจากหอคอยหรือตึกสูงทั้งหมดในโตเกียว วิวจากดาดฟ้าชั้น 54 ของตึก Mori Tower นับเป็นวิวที่สวยที่สุดเป็นอันดับต้นๆทีเดียว เพราะเราจะเห็นแสงสีส้มของโตเกียวทาวเวอร์ที่ตั้ง ตระหง่านโดดเด่นท่ามกลางแสงไฟของเมืองโตเกียว นับเป็นภาพที่สวยงามน่าประทับใจ ข้อเสียเพียงอย่างเดียวของที่นี่คือ ไม่อนุญาตให้นําขาตั้งกล้องขึ้นไปต้องอาศัยการวางกล้องไว้บนราวกั้นแทนจึงจะถ่ายภาพยามค่ำคืนได้

ย่านรปปปงงิ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Tokyo Metro Hibiya Line 
หรือรถไฟ Toei Oedo Line ลงสถานี Roppongi แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: Indoor Observation Deck ชั้น 52  เปิด 10.00 – 11.00 น.
Sky Deck ชั้น 54 เปิด 11.00 – 20.00 น.
ค่าใช้จ่าย: Indoor Observation Deck ผู้ใหญ่ 1,500 เยน นักศึกษา 1,000 เยน เด็ก 500 เยน /Sky Deck จ่ายเพิ่ม 500 เยน
เว็บไซต์: www.roppongihills.com.e.nt.hp.transer.com

  • SENSOJI TEMPLE

หลายคนที่เคยมาที่นี่คงคุ้นชินกับภาพขอ ความแออัดของนักท่องเที่ยวที่เดินพลุกพล่าน ไปมาในช่วงระหว่างวัน หากลองเปลี่ยนบรรยากาศมาเที่ยวในยามค่ำคืนบ้างก็จะได้ สัมผัสถึงบรรยากาศที่เงียบสงบ แต่ก็ต้องไม่ลืมพกขาตั้งกล้องมาด้วยวัดเซนโซจิ หรือวิดอะซะกุสะเป็นวัดที่คนไทยรู้จักกันดีที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น เพราะแทบทุกคณะทัวร์ที่เดินทางมาที่โตเกียวจะต้องแวะที่วัดแห่งนี้

BEST VIEW: บริเวณย่านอะซะกุสะซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเซนโซจิแห่งนี้ อยู่ไม่ไกลจาก Tokyo Skytree และแม่น้ำาสุมิดะมากนัก หากมาในช่วงเวลากลางคืนจะเห็น Tokyo Skytree จากบริเวณประตูคามินะริมง (Kaminarimon Gate) หรือประตูสายฟ้า (Thunder Gate) ได้อย่างชัดเจน

ย่านอะซะกุสะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ Toei Asakusa Line หรือ Tokyo Metro Ginza Line 
ลงสถานี Asakusa เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ: วิหารวัด 6.00 – 17.30 น. (ตุลาคม – มีนาคม เปิด 6.30 – 17.00 น.)
บริเวณวัดเปิด 24 ชั่วโมง ไฟไลต์อัพเริ่มเปิดช่วงพระอาทิตย์ตกดิน
ไปจนถึงเวลาประมาณ 23.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ฟรี
เว็บไซต์: www.senso-ji.jp

  • SHIOFUNE KANNON-JI TEMPLE

วัดชิโอะฟุเนะคันนงจิเป็นวัดเก่าแก่กว่า 1,300 ปี มีประวัติทางพระพุทธศาสนามาอย่างยาวนาน ทุกๆปีจะมีการจัดเทศกาลดอกอะซาเลีย (Azalea Festival) ที่มีชื่อเสียง ซึ่งมีจํานวนมากกว่า 20,000 ต้นเลยที่เดียว

BEST VIEW: ลานด้านหลังของวัดมีสวนบนล้อมรอบบริเวณวัดเอาไว้ ณ จุดนี้จะเห็น สวนดอกไม้โดยรอบ นอกจากนี้ยังมองเห็นรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมที่อยู่ด้านบนสุดของหุบเขานี้ด้วย

เมืองโอะเมะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
นั่งรถไฟจากสถานี Shinjuku ลงสถานี Kabe 
จากนั้นนั่งรถบัสสาย Nishi-Tokyo Danchi ลงป้าย Shiofune Kannon-Iriguchiแล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ:  8.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 100 เยน (ช่วงเทศกาลดอกอะซาเลีย 700 เยน)
เว็บไซต์: http://Shiofunekannonji.or.jp (ภาษาญี่ปุ่น)

  • MINATO MIRAI 

มินะโตะมิระอิ 21 เป็นย่านเมืองใหม่ที่ครอบคลุมบริเวณอ่าวโยะโกะฮะมะ ภายในบริเวณนี้มีทั้งแหล่งช็อปปิ้ง สวนสนุกคอสโมเวิลด์ (Cosmo World) พิพิธภัณฑ์นิปปอนมารุและท่าเรือโยะโกะฮะมะ (Nippon Maru and Yokohama Port Museum) และสิ่งก่อสร้างที่สําคัญมากมาย

BEST VIEW: ย่านมินะโตะมิระอิเต็มไปด้วยอาคารสูงมากมายในยามค่ําคืนเขตนี้จะสวยงามมากเป็นพิเศษ เนื่องจากแสงไฟที่มาจากอาคารต่าง ๆ เช่น Queen’s Square และโรงแรม InterContinental Yokohama Grand รวมไปถึงชิงช้าสวรรค์ Cosmo World Ferris Wheel

ย่านมินะโตะมิระอิ
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku/Negishi Line
ที่สถานี Yokohama ลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินประมาณ 5 นาที
เว็บไซต์: www.yokohamajapan.com

  • YOKOHAMA LANDMARK TOWER

ตึกสูงอันดับ 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในย่านมินะโตะมิระอิ 21 ชั้น 69 เป็นจุดชมวิวที่มองเห็นเมืองโยะโกะฮะมะได้ทั้งหมด และในวันที่อากาศ แจ่มใสจะมองไปได้ไกลถึงอีกฟากหนึ่งของอ่าวโตเกียวเลยทีเดียว

BEST VIEW: ช่วงพลบค่ำคือ ช่วงเวลาดีที่สุดสําหรับขึ้นไปชมวิวบนโยะโกะฮะมะแลนด์มาร์กทาวเวอร์ ภาพของแสงไฟหลากสีจากสวนสนุกคอสโมเวิลด์ และบริเวณอ่าวโยะโกะฮะมะที่ค่อยๆสว่างขึ้นตัดกับท้องฟ้าที่เปลี่ยนเป็นสีน้ําเงินเข้ม นับเป็นวิวจากตึกสูงที่น่าประทับใจมากแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

ย่านมินะโตะมิระอิ เมืองโยโกะฮะมะ จังหวัดคะนะงะวะ
การเดินทาง
: นั่งรถไฟ JR Keihin-Tohoku/Negishi Line ที่สถานี Yokohama ลงสถานี Sakuragicho แล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ: ส่วนช็อปปิ้ง เปิด 11.00 – 20.00 น.
ส่วนคาเฟ่และร้านอาหาร เปิด 11.00 – 22.00
เว็บไซต์: www.yokohama-landmark.jp/web/english

KANTO :Part 1 แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!

– KANTO (ภูมิภาคคันโต) –

คันโตเป็นภูมิภาคที่มีความสําคัญ และเป็นที่ตั้งของมหานครโตเกียว ซึ่งเป็นเมืองหลวงของ ประเทศญี่ปุ่น นับได้ว่าเป็นศูนย์กลางความเจริญทั้งทางด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และ การศึกษา อย่างไรก็ตามภูมิภาคนี้ยังคงไว้ซึ่งเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ และสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย

  • HITACHI SEASIDE PARK
    ฮิตะซิซีไซด์เป็นสวนดอกไม้ขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น มีดอกไม้หลายสายพันธุ์ที่ผลัดกันเบ่งบานสลับสับเปลี่ยนตลอดทั้งปี

BEST VIEW: ณ จุดสูงสุดของเนินมิฮาราชิ (Miharash) เห็นทุ่งดอกเนโมฟีลา (Nemophila) สีฟ้าอ่อนได้ทั่วบริเวณ ไกลไปจนถึงชิงช้าสวรรค์  Flower Ring Ferris Wheel เลยทีเดียว

ช่วงฤดูใบไม้ผลิของทุกปี ดอกเนโมฟีลาสีฟ้าอ่อนจะพร้อมใจกันผลิบานไปทั่วบริเวณ โดยเฉพาะในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใสโลกแทบจะกลายเป็นสีฟ้าทั้งใบเลยทีเดียว

เมืองฮิตะชินะกะ จังหวัดอิบะระกิ
การเดินทาง:
นั่งรถไฟ JR ลงที่สถานี Katsuta 
แล้วขึ้นรถบัส Ibaraki Kotsu Bus
ประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 1 มีนาคม – 20 กรกฎาคม และ 1 กันยายน – 31 ตุลาคมเปิด 9.30 – 17.00 น.
21 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม เปิด 9.30 – 18.00 น.
1 พฤศจิกายน-วันสุดท้ายของเดือนกุมภาพันธ์ เปิด 9.30 – 16.30 น.
ค่าใช้จ่าย: ผู้ใหญ่ 410 เยน เด็ก 80 เยน
เว็บไซต์: http://en.hitachikaihin.jp

  • ASHIKAGA FLOWER PARK

สวนดอกไม้อะชิคะงะเป็นสวนดอกไม้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด แห่งหนึ่งในญี่ปุ่น ด้วยพื้นที่กว่า 90,000 ตารางเมตร สวนแห่งนี้ มีดอกไม้นานาชนิดสลับกันผลิบานแตกต่างกันไปในแต่ละช่วงฤดู

ไฮไลต์สําคัญของที่นี่คือดอกวิสทีเรีย หรือฟูจิ ซึ่งจะบานสะพรั่งในช่วงฤดูใบไม้ผลิที่สวนแห่งนี้มีมากมายหลายสายพันธุ์โดยแต่ละสายพันธุ์ก็จะมีสีสันแตกต่างกันไป

BEST VIEW: ในช่วงพลบค่ําจะมีการเปิดไฟไลต์อัพไปทั่วบริเวณ สร้างความสวยงามที่แตกต่างไปจากช่วงเวลากลางวัน โดยเฉพาะบริเวณต้นวิสทีเรียที่จะดูสวยงามมากขึ้นเป็นพิเศษ

เมืองอะชิคะงะ จังหวัดโทชิกิ
การเดินทาง: 
นั่งรถไฟ JR Utsunomiya หรือ JR Shonan-Shinjuku 
หรือ JR Tohoku Shinkansen ลงที่สถานี Oyama และต่อรถไฟ JR Ryomo ลงที่สถานี Tomitaแล้วเดินประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 9 มีนาคม – ปลายพฤศจิกายน เปิด 9.00 – 18.00 น.
ปลายพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เปิด 10.00 – 17.00 น.
ค่าใช้จ่าย: 900-1,700 เยน ขึ้นอยู่กับฤดูกาล
เว็บไซต์: www.ashikaga.co.jp/english

  • NIKKO

ถ้าพูดถึงเมืองที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่น และชาวต่างประเทศจะต้องมีชื่อของนิกโกะรวมอยู่ในนั้นด้วยอย่างแน่นอน เพราะเมืองนี้มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนานทั้งเป็นที่ตั้งของศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ซึ่งเป็นสุสานของโชกุนโตกุงะวะ อิเอะยะสี และยังเป็นเมืองที่มีสถานที่ซึ่งได้รับการคัดเลือกให้เป็นมรดกโลกมากมายหลายแห่ง จึงทําให้นิกโกะเป็นเมืองที่เหมาะแก่การท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนั้น บริเวณทิวเษาทางด้านตะวันตกของเมืองก็เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาตินิกโกะ (Nikko National Park) ซึ่งมีน้ําตกและเส้นทางชมธรรมชาติ ที่กล่าวกันว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่น

  • BEST VIEW: บนจุดชมวิวซึ่งต้องนั่งกระเช้าจากอะเคะชิไดระ (Akechidaira Ropeway) ขึ้นมา คือบริเวณที่มองเห็นทิวทัศน์อันสวยงามของ ถนนอิโระฮะซะกะ (Irohazaka) ที่ลัดเลี้ยวไปมาท่ามกลางหุบเขารวมถึงทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) ที่อยู่สูงที่สุด ในญี่ปุ่น ด้วยความสูง 1,269 เมตรจากระดับทะเล และน้ำตกเคะงน (Kegon Waterfall) ซึ่งเป็นน้ำตกซึ่งเกิดจากน้ำที่ไหลมา จากทะเลสาบชูเซนจินิกโกะถือเป็นสถานที่ชมใบไม้แดงสวยที่สุดแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นไม่มีคําบรรยายใด ๆ นอกจากต้องลองมาชมด้วยตาตัวเองสักครั้ง
    เมืองนิกโกะ จังหวัดโทชิกิ
    การเดินทาง:
    จากสถานี Utsunomiya นั่งรถไฟ JR Nikko ลงที่สถานี Nikko 
    จากนั้นต่อรถ World Heritage Bus เพื่อท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ การเดินทางไปกระเช้าอะเคะชิไดระ นั่งรถบัสสาย Chuzenji-Onsen ลงที่ป้าย Akechidaira Ropeway
    เวลาทำการ: กระเช้าอะเคะชิไดระ 8.30 – 16.00 น.
    (พฤศจิกายน – มีนาคม เปิด 9.00-15.00 น.)
    ค่าใช้จ่าย: ไป-กลับ ผู้ใหญ่ 710 เยน เด็ก 360 เยน
  • TOKYO TOWER

อดีตหอคอยที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของเมืองโตเกียวแม้ความสูงจะด้อยกว่า Tokyo Skytree กว่าครึ่งแต่ก็ยังเปี่ยมไปด้วยความสวยงามด้วยสีส้มขาวอันเป็นเอกลักษณ์ และประวัติศาสตร์ที่ยาวนานไม่ว่าจะมองมาจากมุมไหน ก็ยังคงความคลาสสิกอยู่เสมอ

ในช่วงโกลเด้นวีค หรือช่วงวันหยุดยาวของประเทศญี่ปุ่น (วันที่ 29 เมษายน – 5 พฤษภาคม) จะมีการประดับธงปลาคาร์ปที่เป็นสัญลักษณ์ของวันเด็กผู้ชายซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤษภาคมของทุกปี เราจะได้เห็นภาพของธงปลาคาร์ปหลายร้อยตัว วนเวียนประดับประดาอยู่รอบหอคอย สร้างสีสันสดใสไปทั่วบริเวณ

BEST VIEW: วิวจากด้านบนของหอคอยโตเกียวนั้นไม่ได้แตกต่างจากตึกต่างๆในโตเกียวมากมายนัก แต่จุดที่น่าสนใจของที่นี่คือ การใช้เลนส์มุมกว้างถ่ายย้อนขึ้นไปจากทางด้านล่างของหอคอยซึ่งจะทําให้เราเห็นโครงสร้างที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม และประณีต ยิ่งในช่วงเวลากลางคืนที่มีการเปิดไฟไลต์อัพสีส้มยิ่งทําให้ภาพที่เห็นสวยงามมากกว่าเดิมหลายเท่า

ย่านมินะโตะ จังหวัดโตเกียว
การเดินทาง:
รถไฟ Tokyo Metro Hibiya Line 
ลงสถานี Kamiyacho แล้วเดินประมาณ 15 นาที
เวลาทำการ: 9.00 – 22.00 น.
ค่าใช้จ่าย: Main Observatory ผู้ใหญ่ 900 เยน เด็ก 500 เยน
Special Observatory ผู้ใหญ่ 700 เยน เด็ก 500 เยน
Main Observatory + Special Observatory
ผู้ใหญ่ 1,600 เยน เด็ก 1,000
เว็บไซต์: www.tokyotower.co.jp/eng

ติดตาม  KANTO : Part 2 พาไปเที่ยวภูมิภาคคันโตที่บอกเลยว่าไม่ได้มีดีแค่โตเกียว!

เดินช้อปปิ้งย่าน Akihabara แหล่งรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และอุปกรณ์ไอที

อะคิฮะบะระ (Akihabara) แหล่งรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ไอที คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ ของเล่น โมเดล เกมต่างๆ รวมทั้งร้านเมดคาเฟ (Maid Cafe) ที่เราจะได้เห็นสาวๆใส่ชุดคอสเพลย์มาให้บริการ ระหว่างที่เดินเล่นอยู่ที่อะคิฮะบะระก็จะเห็นสาวๆ ในชุดเมดออกมายืนแจกใบปลิวโฆษณาของร้านด้วย  Continue reading “เดินช้อปปิ้งย่าน Akihabara แหล่งรวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ของเล่น และอุปกรณ์ไอที”

ส่องแหล่งท่องเที่ยวย่าน Yanaka มีร้านไหนเด็ดบ้างต้องตามไปดู

ยะนะกะ (Yanaka) อยู่เหนือสถานี Ueno ขึ้นไป จะเดินจากสถานี Nippori หรือจะมาทางรถไฟใต้ดิน จากสถานี Nishi-Nippori สถานี Nezu หรือสถานี Sendagi ก็ได้ ที่จริงย่านยะนะกะนั้นประกอบไปด้วยสามย่านใหญ่ๆรวมกัน คือ ย่านยะนะกะ ย่านเนะซึ และย่านเซนดะหง บางทีคนญี่ปุ่นก็เรียกบริเวณนี้ว่า “ย่านยะเนะเซน” (รวมชื่อต้นทั้งสามเข้าด้วยกัน) Continue reading “ส่องแหล่งท่องเที่ยวย่าน Yanaka มีร้านไหนเด็ดบ้างต้องตามไปดู”

เช็คอินจุดท่องเที่ยวย่าน Ueno

อุเอะโนะ (Ueno) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงอีกย่านหนึ่งที่นักท่องเที่ยวจะแวะมาเป็นประจํา รวมถึงคนญี่ปุ่นและคนที่ใช้ชีวิตที่ญี่ปุ่นด้วย อุเอะโนะ มีลักษณะคล้ายกับประตูทางเข้าโตเกียว โดยจากทางทิศเหนือจะมีรถไฟชินคังเซนวิ่งผ่านหลายสายรวมถึงรถไฟในเมืองอีกมากมาย ที่นี่ไม่ไกล จากย่านอาสะกุสะเท่าไหร่นัก นักท่องเที่ยวสามารถวางแผนเที่ยวภายในวันเดียวกันได้เลย Continue reading “เช็คอินจุดท่องเที่ยวย่าน Ueno”

รวบรวมรายชื่อร้านขนมและอาหารในย่านอาสะกุสะ (Asakusa)

รู้จักประเทศญี่ปุ่นกับสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงโตเกียวและบริเวณรอบๆกันไปแล้ว คราวนี้เรามาแอบส่องของกินขึ้นชื่อในย่านแหล่งท่องเที่ยวใจกลางกรุงโตเกียวอย่าง อาสะกุสะ (Asakusa) กันบ้างดีกว่า ใครที่กำลังแพลนตระเวนชิมของอร่อยๆเตรียมจดไว้ในลิสต์กันด่วน! Continue reading “รวบรวมรายชื่อร้านขนมและอาหารในย่านอาสะกุสะ (Asakusa)”